Page 274 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 274
E72
3. ประสิทธิผลของรูปแบบวัดผลด้วยการประเมินระดับความรุนแรงของความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ
วิกฤตฉุกเฉินสุขภาพจิต ระหว่างก่อนและหลังใช้รูปแบบ 6 เดือน พบว่า หลังการใช้รูปแบบค่าระดับ
ความรุนแรงของความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤตฉุกเฉินสุขภาพจิต (M=9.25, SD=1.48) ต่ำกว่าก่อนการใช้
รูปแบบ (M=6.33, SD=1.92) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลลัพธ์ของรูปแบบฯ ใช้ในเขตอำเภอโคกโพธิ์ระยาเวลา 1 ปี พบว่า ผู้ป่วยได้รับการส่งต่อจากชุมชน
โดยตำรวจ/ทหาร/กำนันผู้ใหญ่บ้าน/อบต./อปท. เข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยใน “มินิธัญญารักษ์”
โรงพยาบาลโคกโพธิ์ ดังนี้ ตุลาคม 2566 - มีนาคม 2567 จำนวน 76 ราย มีอาการวิกฤตฉุกเฉิน เข้าแผนก ER
จำนวน 42 ราย คิดเป็นร้อยละ 55.26 ผ่านกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด จำนวน 42 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.74
และ เมษายน - กันยายน 2567 จำนวน 86 ราย พบมีอาการวิกฤตฉุกเฉิน เข้าแผนก ER จำนวน 33 ราย คิดเป็น
ร้อยละ 38.37 ผ่านกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด จำนวน 53 ราย คิดเป็นร้อยละ 61.63 จากข้อมูลพบว่า
แนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษาแผนกอบัติเหตุและฉุกเฉินลดลง การใช้บริการแผนกจิตเวชและยาเสพติด
เพิ่มขึ้น เป็นการจัดการเคสได้เร็วขึ้นก่อนถึงขั้นวิกฤตด้วยการส่งต่อไปยังแผนกจิตเวชฯ ที่เพิ่มมากขึ้น
อภิปรายผล
พบว่ารูปแบบการพยาบาลด้วย Model 4ร ในผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินแบบองค์รวมไร้รอยต่อ อำเภอโคกโพธิ์
จังหวัดปัตตานี ความสำเร็จของการพัฒนาครั้งนี้ ส่งผลให้มีเครือข่ายและมีผู้ดูแลมีศักยภาพเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยได้รับ
การดูแลในทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสม เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา การส่งต่อ การดูแลต่อเนื่อง
และการฟื้นฟูสภาพ โดยเครือข่ายทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข สอดคล้องกับการศึกษาของ รัศมี ชุดพิมาย
(2565) การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังกลุ่มเสี่ยงในชุมชน ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคี
เครือข่าย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่พบว่าการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพจิตในชุมชนสามารถใช้เป็น
แนวทางป้องกันอาการผู้ป่วยกำเริบซ้ำได้
สรุปและข้อเสนอแนะ
การทำงานที่บูรณาการกันแบบมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย เกิดระบบบริการการ
เข้าถึงระบบบริการสุขภาพจิตที่มีคุณภาพ รวดเร็ว ทันเวลา และปลอดภัย

