Page 279 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 279
F4
การพัฒนาแนวปฏิบัติการดูแลผู้คลอดเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด
ห้องคลอด โรงพยาบาลสุรินทร์ (CQI)
นางบุษบา แน่ประโคน
โรงพยาบาลสุรินทร์ เขตสุขภาพที่ 9
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
ภาวะตกเลือดหลังคลอด เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่สำคัญและเป็นภาวะวิกฤตต่อชีวิต
ของผู้คลอด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิต ได้แก่ เกิดภาวะช็อก ไตวาย เสียชีวิต ต้องได้รับการรักษา
หรือเพื่อลดอาการรุนแรงของภาวะดังกล่าว ได้แก่ ผ่าตัดมดลูก เสียชีวิต และส่งผลกระทบสุขภาพระยะยาว
ได้แก่ นอนพักรักษาตัวนานมากขึ้น เกิดภาวะโลหิตจางเรื้อรัง การตกเลือดหลังคลอดเป็นสาเหตุการตาย
ของมารดาทั่วโลกที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 27.1 (FIGO, 2018) ร้อยละ 25 ของการเสียชีวิตของผู้คลอด
เกิดจากการตกเลือดหลังคลอด (WHO, 2020) ภาวะตกเลือดหลังคลอด หมายถึง การเสียเลือดในช่วง
24 ชั่วโมงแรกหลังการคลอด โดยใช้เกณฑ์ปริมาณเลือดที่เสียมากกว่า 500 มิลลิลิตร ในกรณีคลอดทาง
ช่องคลอด หรือเสียเลือดมากกว่า 1,000 มิลลิลิตร กรณีผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง สำหรับประเทศไทยปี
พ.ศ. 2560-2562 พบอัตราตายของมารดาสูงถึงร้อยละ 21.8, 19.9 และ 22.5 โดยสาเหตุการตายของมารดา
ปี พ.ศ. 2562 พบว่า ร้อยละ 58 ของการเสียชีวิตของมารดาเกิดจากสาเหตุทางตรง (Direct cause)
คือ การตกเลือดหลังคลอด (กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2562)
ซึ่งผลกระทบหรือความรุนแรงต่อภาวะสุขภาพจากการตกเลือดหลังคลอดขึ้นอยู่กับปริมาณการเสียเลือด
โดยทั่วไปอาการและอาการแสดงของการเสียเลือดมักจะยังไม่แสดงออกจนกว่าจะเสียเลือดมากกว่าร้อยละ 15
ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย หรือประมาณ 1,000 มิลลิลิตร
ห้องคลอด โรงพยาบาลสุรินทร์ มีจำนวนผู้คลอดที่คลอดทางช่อง ในปี พ.ศ. 2563-2567 เท่ากับ
1,887, 1,592, 1,511, 1,512 และ 1,434 ตามลำดับ ผู้คลอดมีภาวะตกเลือดหลังคลอด คิดเป็นร้อยละ 1.48,
1.63, 1.79, 2.12 และ 2.03 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายงานอนามัยแม่และเด็กของกรมอนามัยไม่เกิน
ร้อยละ 5 จากการทบทวนสาเหตุการตกเลือดในผู้คลอดที่คลอดทางช่องคลอดในปี พ.ศ. 2567 พบสาเหตุ
ส่วนใหญ่เกิดจาก ภาวะมดลูกหดรัดตัวไม่ดี (Uterine atony) ร้อยละ 66.67 การฉีกขาดของช่องทางคลอด
(Vaginal tear) ร้อยละ 23.33 และรก/เยื่อหุ้มทารกค้าง (Retained pies of placenta) ร้อยละ 10.00
ของผู้คลอดตกเลือดทั้งหมด ไม่มีผู้คลอดเสียชีวิตจากการตกเลือดหลังคลอด ในห้องคลอดโรงพยาบาลสุรินทร์
(เวชระเบียนห้องคลอด โรงพยาบาล สุรินทร์, 2563-2567) จากการทบทวนสาเหตุการตกเลือดข้างต้น
เป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ ห้องคลอด โรงพยาบาลสุรินทร์ มีแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะตกเลือด
หลังคลอด ดังนี้ 1) การคัดกรองผู้คลอดที่มีความเสี่ยงต่อการตกเลือดในระยะคลอด 2) เฝ้าระวังของการคลอด
ล่าช้าโดยใช้ Partograph 3) การทำ Active management ในทุกระยะของการคลอด 4) ทำคลอดตาม
ขั้นตอน/เทคนิคของการทำคลอด และ 5) การทำ Active management of the third stage of labor ได้แก่

