Page 304 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 304
F29
การส่งต่อปกติและระบบ Fast track 2) การลงมือปฏิบัติ นำระบบบริการพยาบาลที่พัฒนาสู่การปฏิบัติ
ในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดมและเก็บข้อมูลประเมินผลตามระบบที่พัฒนาขึ้น 3) การสังเกต
และเรียนรู้ นำสิ่งที่เกิดขึ้นมาสรุปผลการดำเนินงานในคณะกรรมการ PCT สูติกรรม MCH Board และ
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 4) การสะท้อนการปฏิบัติ โดยพัฒนากิจกรรมให้มีความเหมาะสมต่อการปฏิบัติและ
การปรับปรุงแผนการปฏิบัติ ในการวิจัยครั้งนี้มี 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 การพัฒนาระบบบริการหญิงตั้งครรภ์
เสี่ยงสูงในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม วงรอบที่ 2 พัฒนาระบบการดูแลและรับ-ส่งต่อหญิงตั้งครรภ์
เสี่ยงสูงร่วมกับโรงพยาบาลชุมชนเครือข่ายจังหวัดอุบลราชธานี โซน 4 และระยะที่ 3 ระยะประเมินผล โดยเริ่ม
ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565- 30 กันยายน 2566 กลุ่มตัวอย่างได้แก่ แพทย์ และพยาบาล
จำนวน 47 คน หญิง ตั้งครรภ์เสี่ยงสูงจำนวน 1,539 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินความรู้
แบบประเมินการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง แบบประเมินสมรรถนะการดูแล
หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง แบบประเมินความพึงพอใจ แบบบันทึกการส่งต่อผู้รับบริการและการทบทวนเวชระเบียน
วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติร้อยละ
ผลการศึกษา
มีระบบบริการพยาบาลหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูงที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับปัญหาความต้องการ
ของผู้รับบริการและทีมสุขภาพ มีแนวทางการขอคำปรึกษา การดูแลและส่งต่อหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูงร่วมกัน
ทั้งเครือข่าย ส่งผลให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูงดีขึ้นได้แก่
1) ร้อยละพยาบาลที่มีสมรรถนะในการดูแลหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูงผ่านเกณฑ์ เท่ากับ 96.9
2) ร้อยละความพึงพอใจของบุคลากรต่อระบบส่งต่อเท่ากับ 90.3
3) ร้อยละการเกิดภาวะแทรกซ้อนหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง ลดลงเหลือร้อยละ 8.21
4) ร้อยละการเกิดภาวะแทรกซ้อนทารกแรกเกิด เท่ากับ 8.88
5) ร้อยละการปฏิบัติตามแนวทางการส่งต่อหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูงถูกต้อง เหมาะสมร้อยละ 97.7
6) ร้อยละการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะส่งต่อเท่ากับ 0.1
7) ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการเท่ากับ 96.4
8) ร้อยละความพึงพอใจของบุคลากรต่อระบบบริการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นเท่ากับ 90.2
9) ไม่พบอัตราตายของหญิงตั้งครรภ์และทารก
อภิปรายผล
ผลการดำเนินงานในการพัฒนาระบบบริการพยาบาลหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูงที่โรงพยาบาลสมเด็จ
พระยุพราชเดชอุดม และโรงพยาบาลชุมชนเครือข่าย จังหวัดอุบลราชธานี โซน 4 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ
ของการพัฒนาที่อิงกระบวนการดูแลผู้ป่วย (Care Process) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง
เชิงระบบอย่างมีแบบแผนและต่อเนื่อง โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ระยะ และดำเนินการอย่างมีระบบ
ในสองวงรอบของการพัฒนา ทั้งในระดับโรงพยาบาลแม่ข่ายและระดับเครือข่ายบริการร่วม โดยผลลัพธ์
ด้านคุณภาพของระบบบริการที่เกิดขึ้นได้แก่ การมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการขอคำปรึกษา

