Page 299 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 299
F24
มีระยะเวลาในการเบ่งคลอดน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเกิดจากการที่การจัดท่าคลอด
แบบแนวตั้งมีส่วนช่วยเสริมแรงโน้มถ่วง และส่งผลให้การเคลื่อนที่ของทารกในช่องคลอดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้าที่ชี้ให้เห็นว่า การจัดท่าที่เหมาะสมมีผลต่อระยะเวลาและความสะดวก
ในการคลอด ในด้านความพึงพอใจของผู้ใช้ พบว่า นวัตกรรม “HMON 3 ING” ได้รับความพึงพอใจในระดับสูงมาก
ในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างมารดากับทารก (eye-to-eye contact)
และการลดระยะเวลาในการเบ่งคลอด ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของนวัตกรรมนี้ การที่หมอนมีขนาดและรูปร่าง
ที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อประสบการณ์การคลอดที่ดีของผู้คลอด รวมถึงการช่วยให้
การให้นมบุตรและการสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อเป็นไปอย่างสะดวกและอบอุ่นยิ่งขึ้น
สรุปและข้อเสนอแนะ
จากผลการศึกษา นวัตกรรม “HMON 3 ING” มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสุขสบาย ลดระยะเวลา
ในการคลอด และได้รับความพึงพอใจจากผู้ใช้ในระดับสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมของนวัตกรรมนี้
ในการประยุกต์ใช้ในกระบวนการพยาบาลผู้คลอด เพื่อส่งเสริมประสบการณ์การคลอดที่ปลอดภัย และเป็นมิตร
ต่อทั้งมารดาและทารก
การนำไปใช้ในทางปฏิบัติ: ควรส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรม “HMON 3 ING” อย่างแพร่หลายในห้อง
คลอด โดยเฉพาะในโรงพยาบาลระดับอำเภอและชุมชน ที่สามารถนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ได้ง่าย
การอบรมบุคลากรทางการแพทย์: ควรมีการจัดอบรมให้กับพยาบาลผดุงครรภ์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเกี่ยว
กับการใช้นวัตกรรมและการจัดท่าทางที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้คลอด
การศึกษาต่อเนื่อง: ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อยืนยันผลลัพธ์และศึกษาผล
ระยะยาวของการใช้นวัตกรรม รวมถึงผลกระทบต่อภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด
การพัฒนาอุปกรณ์เพิ่มเติม: ควรมีการพัฒนาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับแนวคิดของ “HMON 3 ING”
เพื่อเพิ่มความสะดวกและยืดหยุ่นในการใช้งาน
ภาพประกอบการใช้ นวัตกรรม “HMON 3 ING” เพื่อเสริมแรงเบ่งคลอดและความสุขสบายในระยะคลอด
(อิงหลังเบ่งคลอด อิงหมอนกอดลูก อิงไหล่ให้นม)
ก่อนใช้ HMON 3 ING ตัวอย่าง HMON 3 ING

