Page 397 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 397
H31
การตรวจฟัน การให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก การแปรงฟันแห้งและใช้อุปกรณ์เสริมทำความสะอาดฟัน
การบริโภคอาหาร การตรวจและเฝ้าระวังสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง และการรับบริการทาฟลูออไรด์วานิชหรือ
อุดฟันด้วย วิธี SMART โดยใช้แบบสัมภาษณ์ในทดสอบความรู้และพฤติกรรมก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม และ
แบบบันทึกสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง กลุ่มตัวอย่าง คือผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียงที่มีฟันเหลือ
ในช่องปาก และสามารถสื่อสารได้ ในพื้นที่รหัสสถานบริการ 10709 จำนวน 32 คน
สถิติที่ใช้ในการศึกษา
1. ข้อมูลทั่วไป นำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2. เปรียบเทียบความแตกต่างของความรู้ และพฤติกรรมผู้สูงอายุ ก่อนและหลังการให้โปรแกรม
ทันตกรรมเชิงรุกด้วยสถิติเชิงอนุมานวิเคราะห์ Paired Sample t-Test กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05
ผลการศึกษา
ข้อมูลทั่วไป
การศึกษานี้เป็นการศึกษาผลของโปรแกรมทันตกรรมเชิงรุกในการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง
จากแบบสัมภาษณ์ด้านความรู้ความเข้าใจ และพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยประยุกต์ทฤษฏีความเชื่อ
5
ด้านสุขภาพ (Health belief model) ของ Becker, Maiman (1975) จำนวน 32 คน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง
จำนวน 23 คน ร้อยละ 71.9 เป็นผู้สูงอายุตอนต้น อายุระหว่าง 60-69 ปี จำนวน 21 คน ร้อยละ 65.6 พักอาศัยอยู่
กับลูกหลาน จำนวน 31 คน ร้อยละ 96.9 ระดับการศึกษาสูงสุด คือ ระดับประถมศึกษา จำนวน 13 คน ร้อยละ
40.6 ไม่มีอาชีพ จำนวน 14 คน ร้อยละ43.8 และรายได้หลักใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจากเบี้ยผู้สูงอายุ จำนวน
13 คน ร้อยละ 40.6
ผลการศึกษาโปรแกรมทันตกรรมเชิงรุก
ระดับความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ หลังการเข้าร่วมโปรแกรมทันตกรรมเชิงรุก
พบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรมในระดับสูงเพิ่มขึ้นทุกคน ดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามระดับความรู้ความเข้าใจใน
การดูแลทันตสุขภาพหลังเข้าร่วมโปรแกรมทันตกรรมเชิงรุก (n = 32)
ระดับความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพช่องปาก จำนวน ร้อยละ
ระดับสูง (8 – 10 คะแนน) 32 100
ระดับปานกลาง (6 – 7 คะแนน) -
ระดับต่ำ (0 – 5 คะแนน) -
x (S.D.) = 9.94 (.25)
ด้านพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปาก พบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรมมีข้อการไม่ปฏิบัติเลยของ
ผู้สูงอายุที่ดีขึ้น คือ ท่านเคยใช้เกลือหรือน้ำเกลือในการทำความสะอาดช่องปาก จำนวน 20 คน ร้อยละ 62.5
รองลงมาคือ ท่านใช้เครื่องมืออื่นเสริมช่วยในการแปรงฟัน เช่น ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน จำนวน 10 คน
ร้อยละ 31.3

