Page 419 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 419

I3

                         4. การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการตรวจ Serum Albumin, Serum Potassium ก่อนและหลังได้รับ

                  โปรแกรม
                         ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ย Serum Albumin และ Potassium หลังทดลองเพิ่มขึ้น

                  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value= 0.02, 0.01 ตามลำดับ)

                  อภิปรายผล

                         1. คะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ในการดูแลตนเอง พบว่า คะแนนเฉลี่ยโดยรวมหลังได้รับโปรแกรมฯ

                  มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) อธิบายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างหลังได้รับ
                  การพยาบาลแบบสนับสนุน และให้ความรู้ เริ่มจากการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพยาบาลและผู้ป่วย

                  ตลอดจนญาติผู้ดูแล มีการสื่อสารที่ดีทั้งวาจาและการแสดงออกอย่างใส่ใจและจริงใจ ทำให้ผู้ป่วยสนใจและ
                  ใส่ใจในการรับข้อมูลความรู้ ประกอบกับการจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจและเข้าใจ

                  ง่าย ได้แก่ วีดิทัศน์ แผ่นพับ ภาพพลิก โปสเตอร์ และการสาธิต ซึ่งช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และช่วยในการจดจำ

                  ตลอดจนการส่งเสริมและเอื้ออำนวยการเรียนรู้ ทำให้ผู้ป่วยรับรู้ได้เร็วขึ้น
                         2. คะแนนเฉลี่ยด้านพฤติกรรมในการดูแลตนเอง คะแนนเฉลี่ยโดยรวมหลังได้รับโปรแกรมฯ

                  มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) อธิบายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างหลังได้รับการ
                  พยาบาลแบบสนับสนุน และให้ความรู้ ที่มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยใส่ใจให้ความรู้

                  ส่งเสริมเจตคติทางบวกให้เห็นคุณค่าสมรรถนะแห่งตน เกิดความมั่นใจ ตลอดจนการช่วยเหลือสนับสนุน

                  อุปกรณ์ สามารถส่งเสริมให้ผู้ป่วยใส่ใจตนเองและมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น
                         3. ค่าเฉลี่ยการตรวจ Serum Albumin และ Potassium หลังได้รับโปรแกรมฯ มีความแตกต่างกัน

                  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) อธิบายได้ว่า กลุ่มตัวอย่างได้รับโปรแกรมฯ ทำให้มีความรู้และ

                  ใส่ใจในการดูแลตนเองและรับประทานอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพตนเองมากขึ้น ทำให้มีค่าผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีขึ้น

                  สรุปผลการศึกษา

                         โปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุน และให้ความรู้ สามารถส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมในการดูแล
                  ตนเองที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถป้องกันการติดเชื้อเยื่อบุช่องท้องได้ และมีผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีขึ้น

                  ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขนำมาซึ่งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

                  ข้อเสนอแนะ

                         1. ควรเพิ่มระยะเวลาในการใช้โปรแกรมอย่างน้อย 2 เดือน เพื่อติดตามพฤติกรรมการดูแลตนเองและ

                  ผลลัพธ์ทางคลินิก เช่น อัตราการติดเชื้อเยื่อบุช่องท้อง เพื่อยืนยันประสิทธิผลของการใช้โปรแกรม
                         2. ควรมีการศึกษาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเยื่อบุช่องท้องเพิ่มเติม เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด

                  ค่าฮีโมโกลบิน และติดตามเยี่ยมบ้าน

                  การนำไปใช้ประโยชน์

                         1. สามารถนำโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้นี้ไปใช้กับผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง
                  ในหน่วยงาน ผู้ป่วยทั้งจังหวัด ทั้งเขตสุขภาพที่ 8 และผู้ป่วยที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรม
   414   415   416   417   418   419   420   421   422   423   424