Page 429 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 429
I13
ผลการศึกษา
การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการจัดการความรู้โดยทีมสหสาขาในคลินิกชะลอไตเสื่อมทั้งสองรูปแบบ
มีประสิทธิภาพชะลอไตเสื่อม (มีค่าเฉลี่ยการกรองของไตที่เปลี่ยนแปลงลดลงน้อยกว่า 4 มล./นาที/1.73 ตร.ม./ปี)
และการเปลี่ยนระยะของโรคไตเรื้อรังไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p 0.437) กลุ่มที่ได้รับ
การจัดการความรู้รูปแบบใหม่และรูปแบบเดิม มีค่าการกรองของไตที่เปลี่ยนแปลงต่อการมาตรวจตามนัด
1 ครั้ง (ระยะเวลาระหว่างนัดเฉลี่ย 127 ± 15.8 วัน) ลดลง 0.58 มล./นาที/1.73 ตร.ม. และ 0.53 มล./นาที/
1.73 ตร.ม. ตามลำดับ ด้านการเตรียมความพร้อมก่อนบำบัดทดแทนไต กลุ่มที่ได้รับการจัดการความรู้รูปแบบใหม่
เปรียบเทียบกับรูปแบบเดิม มีการเตรียมความพร้อมและมีการเตรียมเส้นฟอกไตดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(p < 0.05)
อภิปรายผล
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบย้อนหลัง การเลือกกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยโดยเฉพาะระยะของโรคไต
เรื้อรังมีความแตกต่างกัน ระยะเวลาของการติดตามผลเลือดในกลุ่มตัวอย่างแต่ละครั้งขึ้นกับแพทย์ผู้รักษา
ระยะเวลาที่ติดตามผู้ป่วยค่อนข้างสั้น
สรุปและข้อเสนอแนะ
สรุป
การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการจัดการความรู้โดยทีมสหสาขาในคลินิกชะลอไตเสื่อมทั้งสองรูปแบบ
มีประสิทธิภาพชะลอไตเสื่อมได้ไม่แตกต่างกัน แต่การจัดการความรู้รูปแบบใหม่สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการ
และการเตรียมความพร้อมของกลุ่มตัวอย่างได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงควรนำรูปแบบการจัดการความรู้
แบบใหม่นี้ขยายผลสู่การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในเครือข่ายจังหวัดเชียงรายต่อไป
ข้อเสนอแนะ
การเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างและระยะเวลาในการติดตามผู้ป่วยอาจช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่สำคัญอื่น ๆ
ในระยะยาวได้ นอกจากนี้การพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมสหสาขา สามารถประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ
ของกลุ่มตัวอย่างอาจช่วยให้ทีมวิจัย สามารถพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับกลุ่มตัวอย่างมากยิ่งขึ้น

