Page 431 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 431

I15

                  วิธีการศึกษา

                         รูปแบบการศึกษา เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบตัดขวาง (retrospective cross-sectional
                  descriptive study) ย้อนหลังในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566-2568 เพื่อศึกษาหาความชุก ของผู้ป่วย

                  ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน และภาวะอ้วนลงพุง

                         กลุ่มประชากรที่ศึกษา คือ ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมวันไตโลก ประจำปี พ.ศ. 2566-2568 ที่โรงพยาบาล
                  พระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี

                         วิธีดำเนินการศึกษา ผู้มาร่วมกิจกรรมวันไตโลกจะได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต (blood

                  pressure) ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณหาดัชนีมวลกาย วัดรอบเอว และเจาะเลือดวัดระดับกลูโคสในเลือด
                  จากหลอดเลือดดำที่แขนหรือปลายนิ้วหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (fasting blood glucose: FBG)

                  สำหรับเกณฑ์การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง เมื่อตรวจวัดความดันโลหิตตัวบน (systolic blood pressure:
                  SBP) อย่างน้อย 140 มิลลิเมตรปรอท หรือ/และความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic blood pressure: DBP)

                  อย่างน้อย 90 มิลลิเมตรปรอท โรคเบาหวาน เมื่อตรวจวัดระดับ FBG อย่างน้อย 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
                  โรคอ้วน เมื่อวัดค่าดัชนีมวลกายอย่างน้อย 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และภาวะอ้วนลงพุง เมื่อวัดเส้นรอบเอว

                  เกิน 90 เซนติเมตร ในผู้ชาย หรือ เกิน 80 เซนติเมตรในผู้หญิง

                         การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้ วัดความชุกของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วนและภาวะ
                  อ้วนลงพุงจากจำนวนผู้มาร่วมกิจกรรมวันไตโลกทั้งหมดในรอบ 3 ปี โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาในการนำเสนอ

                  ลักษณะข้อมูลทั่วไป ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ความชุกของโรค ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วน

                  เบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation: SD) และปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคใช้สถิติเชิงอนุมานนำเสนอด้วย
                  ค่า Odds ratio (OR), 95% Confidence Intervals (95%CI) โดย p-value น้อยกว่า 0.05 ถือว่า

                  มีนัยสำคัญทางสถิติ

                  ผลการศึกษา

                         มีจำนวนผู้มาร่วมกิจกรรมวันไตโลกในรอบ 3 ปี (ในวันพุธที่ 1, 6, และ 5 มีนาคม ในปี พ.ศ. 2566,

                  2567, และ 2568 ตามลำดับ) จำนวนทั้งสิ้น 351 ราย แบ่งเป็นเพศหญิง 262 ราย (ร้อยละ 74.6) และเพศชาย
                  89 ราย (ร้อยละ 25.4) ค่าเฉลี่ยของอายุ 65 ปี ผู้มาร่วมงานอายุน้อยที่สุดอายุ 16 ปี ผู้มาร่วมงานอายุมากที่สุด

                  90 ปี ช่วงอายุ 61-70 ปีมาร่วมงานจำนวนสูงสุดถึงร้อยละ 36.2 โดยร้อยละ 70 ของผู้มาร่วมงานอายุมากกว่า 60 ปี
                         ในจำนวนผู้มาร่วมงานทั้งหมด พบความชุกของโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 42.2 ระดับ SBP เฉลี่ยของ

                  ผู้มาร่วมงานคือ 134 (SD 39.8) มิลลิเมตรปรอท ระดับ DBP เฉลี่ยคือ 76 (SD 23.4) มิลลิเมตรปรอท ความชุก

                  ของโรคเบาหวานร้อยละ 21.9 ระดับ FBG เฉลี่ย 122.9 (SD 50.1) มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ความชุกของโรคอ้วน
                  ร้อยละ 42.5 ดัชนีมวลกายเฉลี่ย 25.1 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ความชุกของภาวะอ้วนลงพุง ร้อยละ 55.7 เส้น

                  รอบเอวเฉลี่ยในผู้ชาย  91.2  เซนติเมตร  (SD  30.1)  เส้นรอบเอวเฉลี่ยในผู้หญิง  83.2  เซนติเมตร  (SD  23.5)
                  โดยจากการวิเคราะห์ทางสถิติเบื้องต้นพบว่าอายุที่  ≥  70  ปี  มีความเสี่ยงต่อการมีภาวะอ้วนลงพุง  (p-value

                  0.04) ค่า OR 1.62 (ช่วงความเชื่อมั่น ร้อยละ 95 ระหว่าง 1.02-2.55)
   426   427   428   429   430   431   432   433   434   435   436