Page 466 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 466
J17
วิธีการศึกษา
การศึกษาเชิงพรรณนาย้อนหลัง (retrospective descriptive study) โดยทำการศึกษาข้อมูลจาก
เวชระเบียนของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาทั้งหมดที่ได้รับการผ่าตัดในโรงพยาบาลพระปกเกล้า
ทุกข้อบ่งชี้ตั้งแต่ ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง เมษายน พ.ศ. 2568 โดยใช้สถิติพรรณนานำเสนอเป็นความถี่ ร้อยละ
ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติ Paired t-test ในการเปรียบเทียบระดับการมองเห็นก่อนและ
หลังผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อการมองเห็น โดยกำหนดให้ p-value < 0.05 ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลการศึกษา
งานวิจัยนี้ศึกษาผู้ป่วย 61 ตา 58 รายที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาในโรงพยาบาลพระปกเกล้า
ทั้งหมด มีอายุเฉลี่ย 58.2 ปี ในกลุ่มผ่าตัดเพื่อการมองเห็น และอายุเฉลี่ย 52.5 ปี ในกลุ่มผ่าตัดเพื่อการรักษา
แบ่งเป็นเพศชาย 68.8% และเพศหญิง 31.2% โดยผู้ป่วยมีภูมิลำเนาในจังหวัดจันทบุรีคิดเป็น 72% และ
นอกจังหวัดภายในเขตสุขภาพที่ 6 คิดเป็น 18% ดังแสดงในตารางที่ 1 ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อ
การมองเห็น 67.2% เพื่อการรักษา 27.8% และการผ่าตัดเพื่อเสริมความแข็งแรง 5% โดยสาเหตุของการผ่าตัด
ปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อการมองเห็นที่พบมากที่สุดคือ แผลเป็นของกระจกตา (15 ราย, 36.5%) กระจกตาเสื่อม
หลังการผ่าตัดต้อกระจก (11 ราย, 26.8%) และกระจกตาเสื่อมจากกรรมพันธุ์ (5 ราย, 12.2%) ตามลำดับ
ในขณะที่สาเหตุหลักของการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อการรักษาคือ กระจกตาติดเชื้อรา 53% โดยผู้ป่วยที่มี
ความพร้อมทั้งหมดได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อการมองเห็น 100% ภายใน 6 เดือน โดยแบ่งเป็นวิธี
แบบไม่แยกชั้น 80.5% (รูปที่ 1) และแบบแยกชั้น 19.5% (รูปที่ 2, 3) มีอัตราคงความใสของกระจกตา 95%
หลังผ่าตัด และมีระดับการมองเห็นเฉลี่ยก่อนและหลังผ่าตัดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อนผ่าตัด 2.44
LogMAR, หลังผ่าตัด 0.95 LogMAR, p<0.0001) ดังแสดงในตารางที่ 2 ในส่วนของการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา
เพื่อการรักษาและเสริมความแข็งแรง มีอัตราการเก็บรักษาดวงตาไว้ได้ 85% (อัตราการนำลูกตาออก 15%)
ภาวะแทรกซ้อนที่พบมากที่สุดของกลุ่มที่ผ่าตัดเพื่อการมองเห็นคือ ต้อหิน 14.6% รองลงมาคือต้อกระจก 7.3%
อภิปรายผลการศึกษา
โรงพยาบาลพระปกเกล้า มีการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการดำเนินการของ
โครงการดวงตาสดใสใกล้บ้าน ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาและต้องการ
เดินทางกลับมารักษาใกล้บ้านมากขึ้น รวมถึงผู้บริหารและบุคลากรภายในโรงพยาบาล เห็นความสำคัญของ
การผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาจึงมีจำนวนการขอรับบริจาคและจัดเก็บดวงตาได้มากขึ้นเป็นอันดับที่ 1
ของประเทศ ทำให้ระยะเวลาในการรอคอยคิวผ่าตัดของผู้ป่วยในพื้นที่เร็วขึ้นเป็น 100% ภายใน 6 เดือน
เทียบกับระยะเวลารอคอยคิวผ่าตัดในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 - 5 ปี
รายงานผลการดำเนินงานนี้สอดคล้องกับผลการศึกษาอื่น ๆ ของประเทศไทย โดยสาเหตุของการผ่าปลูกถ่าย
กระจกตาเพื่อการมองเห็นคือ แผลเป็นของกระจกตา กระจกตาเสื่อมหลังการผ่าตัดต้อกระจก สอดคล้องกับ
การศึกษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยเหรียญประยูร และคณะ สาเหตุหลักของการผ่าตัดเพื่อการรักษาคือ
กระจกตาติดเชื้อรา 50% สอดคล้องกับการศึกษาของ นรานันทน์ ในเขตสุขภาพที่ 8 เนื่องจากจังหวัดจันทบุรี

