Page 488 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 488
K13
ใน Program Hos XP ตรวจผ่านระบบ Google meet พยาบาลซักประวัติลงอาการใน Program Hos- xp
ให้ความรู้ผู้ป่วยอยู่ในชุมชนโดยโภชนากร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา การแพทย์ทางเลือก ตรวจพบแพทย์เวช
ศาสตร์ครอบครัวผ่านระบบVideo call แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวตรวจสั่งยาที่โรงพยาบาลห้องตรวจเบอร์ 5
เภสัชกรแนะนำการกินยาทางโทรศัพท์ ส่งยาโดย Rider ส่งยาที่บ้านผู้ป่วยภายในวันไม่เกินสองทุ่ม
3. ขั้นสังเกตุ (Observe) มีแนวทางการสนทนากลุ่ม ( Focus group ) เครื่องมือสำคัญในการรวบรวมข้อมูล
ใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้น แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยคำถามปลายปิด
และปลายเปิดจำนวน 14 ข้อ ส่วนที่ 2 แบบประเมินความพึงพอใจต่อการให้บริการด้วยระบบการแพทย์
ทางไกล ส่วนที่ 3 ปัญหาอุปสรรคที่พบในการให้บริการ ส่วนที่ 4 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะและวิเคราะห์
ข้อมูล ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ paired t test 4. ขั้นสะท้อนผล ( Reflect) ประเมินผล
การปฏิบัติ นำมาประชุมวางแผน ปรับปรุงรูปแบบการให้บริการ สรุปและประเมินผลการวิจัย สะท้อนผล
การปฏิบัติงาน
ผลการศึกษา
1. วิเคราะห์สภาพปัญหา ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีค่าดัชนีมวลกายเฉลี่ยก่อนทำTelemedicine
BMI Mean = 22.6873,S.D=4.05216 หลัง BMI Mean = 22.5943,S.D=3.28402 ค่าความเชื่อมั่นที่
1
2
0.165 ค่า LDL ก่อนเข้าโครงการ (Mean = 114.68 ,S.D=34.59) LDL ระยะเวลา 1 มีนาคม - 30 กันยายน
2567 หลังเข้าโครงการ LDL (Mean = 103.83, S.D=22.44) ค่าความเชื่อมั่นที่ 0.00 ค่าความดันโลหิตก่อน
ทำเฉลี่ย BP 132.41/72.43 mmHg หลังเข้าร่วมโครงการTelemedicine BP เฉลี่ย 128.57/73.16 mmHg
คุมความดันได้ดี ร้อยละ100 การดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงโดยใช้การแพทย์ทางไกลช่วยลดค่าใช้จ่ายในการ
เดินทาง คนที่ไม่มีญาติพาไปโรงพยาบาลได้มารับบริการ เกิดสัมพันธภาพระหว่างผู้ป่วยครอบครัวและ
ผู้นำชุมชน /อสม.ผู้ป่วยผ่อนคลายไม่ตึงเครียดในการรอตรวจ พบปัญหาในการปฏิบัติงาน สัญญาณ Wifi
ไม่พร้อมใช้งาน มีอุปสรรคในการใช้โปรแกรม Hos XP ได้ปรับปรุงการดำเนินงานต่อเนื่องร่วมกับชุมชนติดตั้ง
สัญญาณ Internet ซื้อ Pocket Wifi เพิ่ม
2. รูปแบบการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงโดยใช้การแพทย์ทางไกลในโรงพยาบาลสุวรรณภูมิ

