Page 491 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 491

K16

                  วิธีการศึกษา

                         การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลองชนิด 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
                  โดยเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับบริการที่มีความดันโลหิตสูงระดับ 1 (SBP≥140

                  มิลลิเมตรปรอท และ/หรือ DBP ≥ 90 มิลลิเมตรปรอท) ที่มารับบริการแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลอุตรดิตถ์

                         3.1 การประมาณการขนาดการศึกษา  อ้างอิงผลงานวิจัยเดิมในปี 2561 ของผู้วิจัยหลักจากค่าเฉลี่ย
                  คะแนนระดับความรู้จาก 14.51 คะแนน เป็น 17.08 คะแนน  m1=14.51 (SD=3.45), m2=17.08(SD=2.48)

                  กำหนดการทดสอบตัวอย่างที่ศึกษาเป็น two-sided ด้วยความคลาดเคลื่อนชนิดที่หนึ่งที่ 0.05 และกำหนด

                  power 0.90 ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวนกลุ่มละ 30 คน รวม 60 คน เพื่อป้องกันการสูญหาย จึงปรับเพิ่ม
                  ขนาดกลุ่มตัวอย่างขึ้นจำแนกออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 32 คน รวม 64 คน

                         3.2 เลือกกลุ่มตัวอย่างเฉพาะเจาะจง โดยจับคู่ กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มในเรื่องเพศ อายุ ระดับ
                  การศึกษา ระดับความดันโลหิต และระยะเวลาการนัดมาพบแพทย์ เป็นผู้รับบริการอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

                  ที่มีค่าเฉลี่ยความดันโลหิตตัวบนตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอท สามารถใช้โทรศัพท์มือถือ/สมาร์ทโฟน ไม่เป็นผู้ป่วย
                  โรคความดันโลหิตสูง หรือมีความดันโลหิตเพิ่มสูงอันตราย รวมถึง pain score ≥ 4 ขึ้นไป

                         3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection)  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ประเภท

                         ส่วนที่ 1 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกความ
                  ดันโลหิตที่โรงพยาบาล แรกรับ ก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง แบบบันทึกความดันโลหิตที่บ้าน 7 วัน

                  ติดต่อกันก่อนมาพบแพทย์  แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และพฤติกรรมสุขภาพและ

                  แบบสอบถามการประเมินความพึงพอใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
                         ส่วนที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย  ได้แก่ ชุดคู่มือ ประกอบด้วยหนังสือ “ประชาชนรอบรู้

                  สู้โรคไม่ติดต่อ Health Literacy : Together Fight NCDs”และ VCD “รอบรู้สุขภาพเรื่องโรคไม่ติดต่อ NCDs

                  Health Literacy” ปี2565  ของกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
                         การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ผ่านผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ศึกษานำร่องกับผู้รับบริการ

                  ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่าง 10 ราย และนำมาหาความเที่ยงของเครื่องมือ (reliability)
                  แบบสอบถามความรู้ได้ค่าความเที่ยงคูเดอร์-ริชาดสัน เท่ากับ .93 และแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ

                  ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบราค เท่ากับ .75 ตามลำดับ

                         การเก็บข้อมูลหลังจากผ่านการพิจารณาและอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของ
                  โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เลขที่โครงการวิจัย 44/2566 แล้วโดยการเข้าพบกลุ่มตัวอย่าง อธิบายให้ทราบขั้นตอน

                  การเข้ารับบริการ ให้ความรู้สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง (3อ2ส) สอนสาธิตการวัดความดันโลหิตด้วย
                  ตนเองที่บ้าน 7 วัน พร้อมแบบบันทึก ส่งข้อมูลสุขภาพในรูปแบบอินโฟกราฟิก และคลิป VDO

                  ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ตลอดระยะเวลาระหว่างรอมาพบแพทย์ตามนัด ติดตามและแนะนำการวัดความดัน

                  โลหิตด้วยตนเองที่บ้านก่อนนัด 1 สัปดาห์ ตามแบบบันทึก คลิป VDO และอินโฟกราฟิก พร้อมแนะนำ scan
                  QR code จองคิวออนไลน์ในวันนัด บันทึกค่าเฉลี่ยความดันโลหิตทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน การขึ้นทะเบียน

                  กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง (R03.0) และหรือการวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง (I10) โดยแพทย์
   486   487   488   489   490   491   492   493   494   495   496