Page 588 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 588
M15
เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยเป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจบริจาค
อวัยวะหลังการเสียชีวิตของบุคลากรโรงพยาบาลเลย ที่พัฒนาขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม และตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของเนื้อหา (Content Validity) โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ได้แก่ นายแพทย์เชี่ยวชาญ
1 ท่าน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคอวัยวะ 1 ท่าน และ นักชีวสถิติ 1 ท่าน
โดยหาคู่ดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถาม (Index of item- objective congruence: IOC) ได้มากกว่า
0.5 ในทุกข้อคำถาม สามารถวัดได้ (นิรัตน์ อิมานี, 2545;162) และ ตรวจสอบความเชื่อถือได้ (Reliability)
ของแบบสอบถามโดยใช้วิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาซ กับบุคลากรที่มีคุณสมบัติคล้ายกลุ่มตัวอย่าง
จำนวน 30 ราย ในข้อคำถามที่เป็นลักษณะมาตรการประเมิน (Rating scale) ได้ 0.87 (Carmine and
Zeller, 1975:51) แบบสอบถามจะอยู่ในรูปแบบของ google sheet โดยให้ผู้ร่วมวิจัยตอบในนั้น และจะมี
การรวบรวมข้อมูลใน google sheet ในภายหลัง เก็บข้อมูลระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2566 การวิเคราะห์
ทางสถิติ ใช้สถิติเชิงพรรณนา สำหรับข้อมูลลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง และ วิเคราะห์หาความสัมพันธ์
ของปัจจัยที่มีผลต่อการบริจาคอวัยวะภายหลังการเสียชีวิตแบบรายปัจจัย (Univariate analysis) หาตัวแปร
ที่มีความสัมพันธ์โดยมีระดับนัยสำคัญน้อยกว่า 0.05 และมี Clinical significant จากการทบทวนวรรณกรรม
เสนอค่า crude odds ratio และช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 และวิเคราะห์แบบ (Multivariate analysis)
โดยพิจารณาใช้สมการประมาณค่านัยทั่วไป (Generalized estimating equation: GEE) นำตัวแปรอิสระ
ทั้งหมดเข้าสู่ตัวแบบการถดถอยในครั้งเดียว (enter) เสนอค่า adjusted odds ratio (AOR) และช่วงเชื่อมั่น
ร้อยละ 95
ผลการศึกษา
พบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง 489 คน (87.8%) เพศชาย 67 คน (12.1%), ส่วนใหญ่นับถือศาสนา
พุทธ 552 คน (99.3%), ระดับการศึกษาปริญญาตรี 442 คน (79.5%), รายได้ 5,000-30,000 บาท (48.74%)
และได้รับข้อมูลเรื่องการบริจาคอวัยวะทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด 220 คน (39.6%) และพบว่าปัจจัย
ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการบริจาคอวัยวะได้แก่ ระดับความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบริจาคอวัยวะที่มีคะแนน
4-7, >7 คะแนน (a OR =1.80 ; 95%CI : 1.51-2.30,p=0.003 ,a OR =1.49 ;95%CI : 1.31-1.74,p <0.001
ตามลำดับ) และระดับทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องการบริจาคอวัยวะที่มีคะแนน 25-40,>40 คะแนน (a OR =4.81
;95%CI : 2.77-11.27,p=0.04 ,a OR =5.78 ;95%CI : 3.07-15.58, p <0.014 ตามลำดับ)
อภิปรายผล
การตัดสินใจบริจาคอวัยวะ เป็นกระบวนการสำคัญและเป็นกระบวนการแรกเริ่มของการรับบริจาค
ซึ่งการศึกษาครั้งนี้พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจบริจาคอวัยวะ ได้แก่ ระดับความรู้และทัศนคติ เกี่ยวกับ
การบริจาคอวัยวะ ที่จะทำให้เกิดการยินยอมบริจาคอวัยวะขึ้น สอดคล้องกับการศึกษาของ conesa et al
พบว่าวัยรุ่นที่มีการศึกษาสูงมักจะมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะมากกว่าวัยรุ่นที่มีการศึกษาต่ำ และยัง
สอดคล้องกับการศึกษาของอินเดีย ที่ทำการศึกษาในนักเรียนแพทย์ พบว่า การมีความรู้และทัศนคติที่ดีสัมพันธ์
กับการยินยอมบริจาคอวัยวะ เหตุผลที่ญาติปฏิเสธการบริจาคอวัยวะได้แก่ความเชื่อว่าชาติหน้าอวัยวะ
จะไม่ครบ มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะปี 2547 พบว่าประชากร

