Page 587 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 587
M14
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจบริจาคอวัยวะหลังการเสียชีวิตของบุคลากรโรงพยาบาลเลย
The Relationships Between Factors, Knowledge, Attitude, and Acceptance
of Organ Donation in Loei Hospital Personnel
นายแพทย์กฤษณ์ สันธนพิพัฒน์กุล นางสาวกุสุมาลย์ และคณะ
โรงพยาบาลเลย เขตสุขภาพที่ 8
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การปลูกถ่ายอวัยวะ (Organ transplantation) เป็นการรักษาผู้ป่วยอวัยวะสำคัญล้มเหลวที่ดีที่สุด
ในปัจจุบัน เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยหลังการปลูกถ่าย
อวัยวะสูงขึ้น โดยเฉพาะการปลูกถ่ายไต (Kidney transplantation) ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย ทำให้ผู้ป่วย
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวและหน่วยงานของภาครัฐลงได้ ในระยะยาวปัญหาสำคัญ
ของการรักษาด้วยวิธีนี้คือ การขาดแคลนอวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายทำให้ผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะต้องเสียชีวิต
ก่อนที่จะได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ อีกทั้งในระหว่างการรออวัยวะ ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย
รวมทั้งไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ มีการศึกษาบ่งบอกว่าการบริจาคอวัยวะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง
ในประเภท Develop country มักจะสัมพันธ์กับ religious believe, cultural influences, family influence,
body integrity และ previous interaction with the healthcare system เป็นปัจจัยสำคัญในการบริจาค
อวัยวะและยังพบว่า บุคลากรทางการแพทย์เป็นคนสำคัญในการรับบริจาคอวัยวะ ดังนั้นจึงควรมีการศึกษา
ปัจจัยที่ส่งผล ต่อการบริจาคอวัยวะของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเลย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์
เหล่านี้ จะเป็นผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมการบริจาคอวัยวะภายในจังหวัดเลย และใช้เป็นข้อมูลในการรณรงค์
บริจาคอวัยวะต่อไป
วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจบริจาคอวัยวะหลังการเสียชีวิตของบุคลากรโรงพยาบาลเลย
วิธีการศึกษา
การศึกษาครั้งนี้ แบบ Analytical cross-sectional study กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 556 คน คำนวณ
ขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดตัวอย่างสำหรับตัวแบบการถดถอยเชิงเส้นพหุ (Multiple linear
regression model) ของ Hsieh FY, Bloch DA, Larsen MD, 1998 โดยต้องการทราบปัจจัยที่มีผลต่อ
การตัดสินใจบริจาคอวัยวะ จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์คือเพศของผู้ที่ต้องการ
บริจาคอวัยวะ กำหนดให้ค่า P1คือ สัดส่วนของเหตุการณ์ที่เพศชายตัดสินใจบริจาคอวัยวะ เท่ากับร้อยละ 43
และ P2 คือสัดส่วนของเหตุการณ์ที่เพศหญิงตัดสินใจบริจาคอวัยวะ เท่ากับร้อยละ 57 ค่า B เป็นค่าสัดส่วน
ของตัวอย่างคงที่ เท่ากับ 0.5 และค่า P เท่ากับ 0.5 แทนค่าในสูตรจะได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 530 ตัวอย่าง และ
เผื่อกรณีมีการสูญหายของข้อมูลหรือข้อมูลไม่สมบูรณ์ร้อยละ 5 รวมทั้งสิ้น 556 คน

