Page 59 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 59
A26
การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ชนิดเอสทียก
ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ในงานผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
นางสาววัชราพร ทาสี
โรงพยาบาลอำนาจเจริญ เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
การศึกษานี้เป็นการวิจัยและพัฒนา )Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ )1( พัฒนา
แนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดเอสทียก ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด
และ )2( ประเมินประสิทธิผลแนวทางปฏิบัติการพยาบาล ในงานผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
วิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์สถานการณ์ )Situation Analysis( ระยะที่ 2 การออกแบบ
และพัฒนา )Design and Development( ระยะที่ 3 การทดลองใช้แนวปฏิบัติ )Implementation( และระยะที่ 4
การประเมินผล )Evaluation( เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ผู้ให้การพยาบาลและการทบทวนข้อมูลผู้ป่วย
หลังให้การพยาบาลโดยใช้วิธีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง )Purposive sampling) คือ ผู้ป่วยทั้งหมด
ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดเอสทียก )STEMI( และได้รับยาละลาย
ลิ่มเลือดชนิด Streptokinase ในงานผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำนาจเจริญ และทำการวิเคราะห์ข้อมูล
โดยเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะเวลารอคอยเฉลี่ยของกระบวนการพยาบาลก่อนและหลังการใช้
แนวทางปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น ผลการศึกษาพบว่า )1( แนวทางปฏิบัติการพยาบาลฯ พัฒนาขึ้นตาม
กระบวนการวิจัยและพัฒนา )Research and Development) โดยออกแบบและกำหนดมาตรฐานของกระบวนการ
พยาบาล คือ ผู้ป่วยที่มารับบริการด้วยกลุ่มอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่มีอาการภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง
ต้องได้รับการดูแลตามมาตรฐานการพยาบาลดังนี้ 1( ได้รับการคัดกรองเป็นผู้ป่วยระดับที่ 2 Emergency ทันที
ที่มาถึงจุดคัดกรอง 2(ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจภายใน 10 นาทีเมื่อเข้าถึงห้องฉุกเฉิน 3(ได้รับการประเมิน
จากแพทย์ภายใน 5 นาทีหลังเข้าถึงห้องฉุกเฉิน 4(ได้รับการดูแลเข้าสู่ระบบช่องทางด่วน STEMI Fast track
ทันทีที่ได้รับการยืนยันการวินิจฉัยโรคจากแพทย์เฉพาะทาง และ5( ได้รับการรักษาภาวะวิกฤติและส่งต่อออกจากหน่วยงาน
ภายในเวลา 120 นาที และ )2( ด้านประสิทธิผลของแนวทางปฏิบัติการพยาบาลฯ พบว่า หลังให้การพยาบาล
ตามแนวทางปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดเอสทียก
ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ตามมาตรฐานของหน่วยงานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 84.63
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิดเอสทียก
ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ในงานผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
2. เพื่อประเมินประสิทธิผลแนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ชนิดเอสทียก ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ในงานผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลอำนาจเจริญ

