Page 55 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 55

A22

                  เป็น 14.05 ± 1.09 คะแนน )คะแนนเต็ม 15 คะแนน( อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ )p< 0.001) ก่อนการให้บริบาล

                  ทางเภสัชกรรม พบว่า ผู้ป่วยมีปัญหาการใช้ยาจำนวน 63 ครั้ง )ร้อยละ 74.12) หลังจากได้รับการบริบาล
                  ทางเภสัชกรรม ปัญหาการใช้ยาลดลงเหลือเพียง 2 ครั้ง )ร้อยละ 2.35) โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

                  ทางสถิติ )p < 0.001) การยอมรับของแพทย์ต่อคำแนะนำของเภสัชกรในการแก้ไขและป้องกันปัญหาที่เกิดจาก

                  การใช้ยาวาร์ฟาริน และยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ร้อยละ 97.65 และ ร้อยละ92.86 ตามลำดับ
                         ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการติดตามการใช้ยาทางโทรศัพท์โดยเภสัชกร พบว่าผู้ป่วย

                  มีระดับความพึงพอใจเฉลี่ย 4.88 ± 0.39 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยมีความพึงพอใจ

                  ในระดับสูงต่อรูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการที่ได้รับ

                  อภิปรายผล
                         การศึกษานี้ได้คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่มีการปรับขนาดยาวาร์ฟารินในวันที่มาพบแพทย์ ซึ่งเป็น

                  กลุ่มที่มักมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยา รับประทานยาไม่ถูกต้องหรือขาดความรู้เกี่ยวกับยา เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

                  ผู้วิจัยจึงใช้แนวการบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการ โดยมีการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องผ่านทางโทรศัพท์
                  โดยเน้นการให้ความรู้และติดตามการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง อาหารที่มีผลต่อยาวาร์ฟาริน

                  ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และการเก็บรักษายา ผลลัพธ์ของการรักษาพบว่าผู้ป่วยมีค่า INR อยู่ในช่วง
                  เป้าหมายมากขึ้น คะแนนความรู้เกี่ยวกับยาวาร์ฟารินเพิ่มขึ้น ปัญหาการใช้ยาลดลง ผลการศึกษาสอดคล้อง

                  กับงานวิจัยเชิงกึ่งทดลองของ ทิพย์กาญจน์ ศรีโพนทอง ที่พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการติดตามทางโทรศัพท์มีค่า INR

                  และคะแนนความรู้ที่สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ )p < 0.001) ซึ่งบ่งชี้ว่าการให้ความรู้
                  และติดตามผลโดยเภสัชกรมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยใช้ยาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้

                  มีข้อจำกัดที่สำคัญ คือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งบางรายอาจมีความกังวลเกี่ยวกับการรับโทรศัพท์

                  หรือมีปัญหาในการสื่อสารผ่านช่องทางดังกล่าว ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามผู้ป่วย ผู้วิจัยจึงได้
                  เพิ่มช่องทางการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ของญาติ และการใช้แอปพลิเคชันไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูล

                  ปัญหาของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                  สรุปและข้อเสนอแนะ

                         สรุปผล การบริบาลทางเภสัชกรรมแบบบูรณาการ มีผลทำให้ผู้ป่วยมีคะแนนความรู้และมีค่า INR

                  อยู่ในช่วงเป้าหมายมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เภสัชกรค้นหา ป้องกัน และแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาของผู้ป่วย
                  เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และยกระดับคุณภาพบริการ

                         ข้อเสนอแนะ รูปแบบการติดตามทางโทรศัพท์ที่แสดงถึงประสิทธิภาพนี้อาจขยายผลไปยังผู้ป่วย
                  กลุ่มโรคเรื้อรังอื่น ที่จำเป็นต้องมีการติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้น
   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60