Page 633 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 633
O12
ผู้ป่วยได้ และผู้ป่วยบางรายไม่มีญาติดูแล ในระหว่างที่ทีมยังไม่ได้ติดตามจำเป็นต้องมีการดูแลที่ต่อเนื่อง
ควรมีเครือข่ายการดูแลเมื่อผู้ป่วยกลับสู่ชุมชนเพื่อให้ได้รับการดูแลที่ต่อเนื่อง และเพิ่มความถี่ในการให้บริการที่
บ้านและในรายที่จำหน่ายจากโรงพยาบาลควรได้รับการติดตามภายใน ไม่เกิน 2 สัปดาห์แรก พร้อมทั้งมีการ
ติดตามประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย จากการศึกษาสภาพปัญหาอำเภอแม่แตง พบว่าโรคหลอดเลือดสมอง
เป็นโรคที่พบได้เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มผู้ป่วยระยะกกลาง 4 กลุ่มโรค ได้แก่ ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง (Stroke)
ผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะและสมอง (Traumatic brain injury) ผู้ป่วยบาดเจ็บทางไขสันหลัง (Spinal cord
injury) และผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก (Fracture around HIP) ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป จากข้อมูลสถิติ ผู้ป่วยระยะ
กลางอำเภอแม่แตง ในปีงบประมาณ 2564 - 2566 ดังนี้ 43 ,76 และ 112 ราย ตามลำดับ
จึงได้ทำการศึกษาผลการจัดบริการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลางด้านความสามารถใน
การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาผลการจัดบริการบริบาลฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง ระยะฟื้นฟูใน
ด้านความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน
วิธีการศึกษา
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบกึ่งทดลอง (Quasi experimental Research) กลุ่มตัวอย่าง
2 กลุ่มคือกลุ่มที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดตีบ (Ischemic) และแตก (Hemorrhagic) วัดก่อนและหลังการ
ให้บริการบริบาลฟื้นฟูสภาพ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยระยะกลาง จำนวน
69 ราย ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2567 โดยผู้ป่วยจะได้รับการติดตามเยี่ยมที่บ้านใน
รูปแบบสหสาขาวิชาชีพ และได้รับการฟื้นฟูอย่างน้อย 45 นาที/ครั้ง อย่างน้อย 2 ครั้งต่อเดือน ต่อเนื่องจนครบ
6 เดือน ใช้แบบประเมินกิจวัตรประจำวันดัชนีบาร์เธล (barthel index,BI) ฉบับภาษาไทย ประเมินผลติดตาม
ฟื้นฟูจนครบ 6 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ
เปรียบเทียบความสามารถในด้านความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ด้วยสถิติ Independent
Samples Test, paired sample t-test และ repeated measurement ANOVA
ผลการศึกษา
จากการศึกษานี้ ผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง จะพบในเพศชายมากกว่า
เพศหญิง พบว่าโรค อายุ เพศ ไม่มีความแตกต่างกันสำหรับคะแนนBI ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ และหลัง
ฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่องจนครบ 6 เดือน ผู้ป่วยมีความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เพิ่มขึ้น
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(คะแนนก่อนและหลังฟื้นฟูทั้ง 2 กลุ่ม เท่ากับ 5.42 ± 5.25 และ 15.03 ± 6.76
ตามลำดับและความแตกต่างของค่าเฉลี่ย เท่ากับ 9.61 คะแนน, p< 0.000) พบว่าคะแนนความสามารถ
ในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันก่อนและหลังการฟื้นฟูในผู้ป่วย Ischemic Stroke และ Hemorrhagic stroke
ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

