Page 637 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 637

O16

                  อภิปรายผล

                         การพัฒนาระบบข้อมูล สามารถช่วยพัฒนากระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้นในหลายมิติดังนี้
                         1.ลดระยะเวลาในการทำงาน เนื่องจากมีระบบปักหมุดแผนที่นำทาง ไปยังบ้านผู้ป่วย จึงทำให้ไม่ต้อง

                  ใช้วิธีถามทางกับคนในชุมชนเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาเมื่อเปลี่ยนพนักงานขับรถ ทำให้สามารถไปเยี่ยมผู้ป่วย

                  ได้มากขึ้น และยังช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน ช่วยทำเจ้าหน้าที่สามารถทุ่มเทเวลาที่เพิ่มขึ้นมาให้กับผู้ป่วยได้
                  อย่างเต็มที่ โดยจำนวนผู้ป่วยที่กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟูสามารถไปเยี่ยมได้ในปี พ.ศ. 2565 เท่ากับ 5 รายต่อวัน

                  และเพิ่มขึ้นเป็น 6.30 และ 5.52 รายต่อวันในปี พ.ศ. 2566 และปี พ.ศ. 2567 ตามลำดับและนอกจากจะทำให้

                  จำนวนผู้ป่วยที่ไปเยี่ยมได้ต่อวันเพิ่มขึ้นแล้ว ความถี่ในการเยี่ยมผู้ป่วยก็ยังเพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยในปี พ.ศ. 2565
                  จำนวนครั้งที่ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูเฉลี่ยอยู่ที่ 2.75 ครั้งต่อราย และเพิ่มเป็น 9.51 ครั้งและ 11.04 ครั้งต่อรายใน

                  ปี พ.ศ.2566 และปี พ.ศ.2567 ตามลำดับ และจากการที่จำนวนครั้งและความถี่ในการเยี่ยมผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
                  กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟูจึงทำปรับตัวชี้วัดความทันเวลาในการเยี่ยมผู้ป่วยรายใหม่ จากเดิมที่ผู้ป่วย IMC รายใหม่

                  ได้รับการติดตามฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้านภายใน 3 เดือน เปลี่ยนเป็น ภายใน 1 เดือนซึ่งเป็นการลดระยะการ
                  ประกันเวลาการเยี่ยมผู้ป่วยให้เยี่ยมเร็วขึ้น

                            2.จำนวนครั้งในการทำการบำบัดฟื้นฟูมีผลต่อการฟื้นสภาพของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยโรคเส้น

                  เลือดสมองที่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องนอกจากจะมีผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีขึ้นแล้ว
                  ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นได้ด้วย  หากมีความถี่ในการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง
                                                                2
                                                                                3
                  จะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นหลังจากเป็นโรคเส้นเลือดสมองได้  จากข้อมูลของกลุ่มงานเวชกรรม
                  ฟื้นฟูพบว่า อัตราการหาย/ดีขึ้นของผู้ป่วยโรคเส้นเลือดสมองซึ่งวัดจากระดับคะแนนการประเมินการทำกิจวัตร
                  ประจำวันของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่ากับ 2 คะแนน ในปี พ.ศ. 2566 และ พ.ศ. 2567 เท่ากับ 93.95 และ

                  94.83 ตามลำดับ และร้อยละผู้ป่วยที่เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2566 และ พ.ศ. 2567 เท่ากับ 19.55 และ 17.89

                  ตามลำดับแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในการดูแลผู้ป่วยระยะกลางทั้งในด้านพัฒนาการของผู้ป่วยและอัตรา
                  การเสียชีวิตที่ลดลง

                         3.การมีรายงานเป็นแผนภูมิ (Dashboard) ทำให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจากสาเหตุนี้เอง
                  ทำให้กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟูสามารถจัดพื้นที่การออกเยี่ยมผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมี

                  การปรับเปลี่ยนพื้นที่การออกเยี่ยมเป็นช่วงขึ้นกับจำนวนผู้ป่วยที่ต้องไปให้บริการในแต่ละตำบล ส่งผลให้

                  จำนวนครั้งในการให้บริการเพิ่มขึ้น
                         4.วิธีการบันทึกข้อมูลที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่ ยังสามารถทำการส่งข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกไว้

                  ให้แก่สหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันเข้ามาดูแลผู้ป่วยได้ต่อเนื่องอีกด้วย
                         5.ผลตอบรับจากผู้ใช้งาน Web application พบว่า มีความสะดวกและง่าย ในการค้นหาข้อมูลผู้ป่วย

                  สามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา แม้เปลี่ยนผู้ให้บริการก็สามารถดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องได้ ลดโอกาสการสูญหายของข้อมูล

                  หากเป็นกระดาษ แบบประเมินต่างๆ มีการจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ โดยในปี พ.ศ.2567 มีผลร้อยละการประเมิน
                  ความพึงพอใจจากการใช้ Application อยู่ที่ 83.43
   632   633   634   635   636   637   638   639   640   641   642