Page 628 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 628
O7
ส่งเสริมการดูแลอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ทีมสหสาขาวิชาชีพได้เห็นสภาพจริงของผู้ป่วย ทำให้สามารถปรับ
แผนการฟื้นฟูให้เหมาะสมกับบริบทชีวิตจริงของผู้ป่วย นอกจากนี้ การเยี่ยมบ้านอาจตอบโจทย์กลุ่มผู้ป่วยที่มี
ข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวหรือขาดการสนับสนุนในการเดินทาง ซึ่งทำให้จำนวนครั้งการเข้ารับบริการเพิ่มขึ้น
ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าผู้ป่วยระยะกลางที่ได้รับการส่งต่อเพื่อเข้ารับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพจาก
โรงพยาบาลสระบุรีมีค่าประสิทธิผลการฟื้นฟู (Rehabilitation Effectiveness) เฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 69.28 ±
36.56 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะว่าเป็นช่วงปลายสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ระบบบริการ
ฟื้นฟูในระดับโรงพยาบาลอำเภอหลายแห่งยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติส่งผลให้มีเพียงร้อยละ
20 ของผู้ป่วยที่สามารถเข้าถึงบริการฟื้นฟูแบบผู้ป่วยใน เมื่อเปรียบเทียบกับงานวิจัยก่อนหน้า (รัชนี ทองเสภี,
2563) ซึ่งดำเนินการในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 พบว่ามีค่าประสิทธิผลการฟื้นฟูอยู่ที่ร้อยละ 80.79 ±
29.26 แม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการศึกษาครั้งนี้แต่อาจเป็นเพราะความแตกต่างของบริบทด้านระบบบริการ
และทรัพยากรในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดีกลุ่มตัวอย่างในงานศึกษาครั้งนี้มีจำนวน 263 ราย
ซึ่งมากกว่าการศึกษาก่อนหน้าจึงอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการศึกษาในภาพรวม ในด้านของ
ประสิทธิภาพการฟื้นฟู (Rehabilitation Efficiency) พบว่ามีค่ามัธยฐานอยู่ที่ 6.00 (IQR 3–11) คะแนน/ครั้ง
โดยคำนวณจาก Barthel Index เต็ม 100 คะแนน ซึ่งสูงกว่าค่าประสิทธิภาพการฟื้นฟูที่ได้จากงานของรัชนี
ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 0.41 ± 0.26 เมื่อใช้ Barthel Index เต็ม 20 คะแนน หรือเทียบเท่ากับ 2.0 ± 1.3 คะแนน/ครั้ง
ในมาตราส่วนเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยในการศึกษานี้มีอัตราการฟื้นตัวที่รวดเร็วกว่าแม้จะได้รับบริการ
น้อยครั้งกว่าซึ่งแสดงถึงศักยภาพของระบบบริการฟื้นฟูที่สามารถส่งเสริมการฟื้นตัวของผู้ป่วยได้อย่างมี
ประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดของระบบบริการสุขภาพในช่วงเวลาสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
สรุปและข้อเสนอแนะ
สรุป จากการศึกษาผู้ป่วยระยะกลางที่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ มีความสามารถในการทำกิจวัตร
ประจำวันเพิ่มขึ้น และระบบฟื้นฟูสมรรถภาพที่ได้รับการพัฒนา ช่วยเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวของผู้ป่วยระยะกลาง
อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะ ควรพัฒนาระบบฟื้นฟูเชิงรุก เช่นการเยี่ยมบ้าน การใช้ Telemedicine เพื่อเพิ่ม
การเข้าถึงบริการ และพัฒนารูปแบบการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพภายใต้จำนวนครั้งที่จำกัดเพื่อรองรับข้อจำกัด
ของผู้ป่วยหรือข้อจำกัดจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

