Page 647 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 647
O26
เข้ารับบริการครั้งถัดไป จากนั้นจึงไปรับยา Opioid ที่ห้องจ่ายยาโดยเภสัชกรพร้อม
แนะนำวิธีการใช้ และนัดปรับยาตามอาการผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง กรณีผู้ป่วยไม่มา
ตามนัดจะติดตามผู้ป่วยและนัดอีกครั้ง
12. ระบบงานส่วนหลัง (Back office) ทำหน้าที่ร่วมพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยในระบบ
โดยมีนักวิชาการคอมพิวเตอร์ นักวิชาการสาธารณสุข ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือในการลงข้อมูลผู้ป่วยผ่าน
แอปพลิเคชันที่มีระบบยืนยันตัวตน เพื่อช่วยให้ทีมรักษาติดตามข้อมูล และทีมเภสัชกรต้องคอยตรวจสอบ
คลังยาสม่ำเสมอเพื่อให้ยากลุ่ม Opioid ไม่ขาดและผู้ป่วยได้รับยาต่อเนื่อง
• จัดประชุมคณะกรรมการทุก 6 เดือนเพื่อรายงานผลการดำเนินงานและปัญหาที่
เกิดขึ้น นำไปสู่แนวทางแก้ไข ทบทวนและปรับปรุงระบบงานเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ผลการศึกษา
1. ผู้ป่วยประคับประคองรายใหม่ปี 2566 และ 2567 รวมทั้งสิ้น 53 และ 63 คนตามลำดับ
2. ผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้วินิจฉัยและส่งคำปรึกษาในปี 2566 และ 2567 จากหอผู้ป่วยในจำนวน 9 และ
9 คน จากห้องฉุกเฉินจำนวน 2 และ 3 คน และจากผู้ป่วยนอกจำนวน 53 และ 59 คนตามลำดับ
3. ผู้ป่วยที่ได้รับการทำ ACP ปี 2566 และ 70
2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 49 และ 60 คน ตามลำดับ 60
4. ผู้ป่วยที่ได้รับยา Strong opioid ในกลุ่ม 50
40 ปี 2566
ผู้ป่วยมะเร็งปี 2566 และ 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 12 30
และ 29 คน ตามลำดับ 20 ปี 2567
10
0
รายใหม่รวม ACP ยา Opioid
แผนภูมิแสดงผลการดำเนินเปรียบเทียบ
อภิปรายผล ปีงบประมาณ 2566 และ 2567
จากผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2567 พบว่าผู้ป่วยประคับประคองสามารถเข้าถึงการรักษา
ผ่านระบบการดูแลผู้ป่วยประคับประคองเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.86 เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2566 โดยที่เพิ่มการ
เข้าถึงผ่านช่องทางทั้งห้องฉุกเฉินและงานผู้ป่วยนอก รวมทั้งผู้ป่วยที่ได้เข้าถึงการรักษามีแนวโน้มได้วางแผนการ
รักษาล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 22.44 และเข้าถึงยา Strong opioid เพิ่มมากขึ้นจากเดิมร้อยละ 141.66
ดังนั้นการปรับระบบงานดูแลผู้ป่วยประคับประคองช่วงให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้เพิ่มขึ้นจากในทุก
ช่องทางการรักษา
สรุปและข้อเสนอแนะ
การจัดระบบงานดูแลผู้ป่วยประคับประคองภายในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กที่มีทรัพยากรจำกัด
ทั้งด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งด้านเวลาปฏิบัติงาน จำเป็นต้องมีความชัดเจน ทำงานร่วมกัน
ในสหวิชาชีพ และติดตามปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมกับหน่วยบริการ ส่งผลให้หน่วย
บริการสามารถเข้าถึงผู้ป่วยประคับประคองได้มากขึ้นและดูแลได้ตรงตามเจตจำนงของผู้ป่วยในระยะท้าย

