Page 712 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 712
Q11
การประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะของพยาบาล ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ
ในโรงพยาบาลชุมชนระดับต้น จังหวัดลำปาง
นางสุกัญญา เลาหธนาคม
โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เขตสุขภาพที่ 1
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหา
กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเชื่อมโยงเครือข่ายบริการระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิเข้าด้วยกัน
จังหวัดลำปางได้ตอบรับนโยบายดังกล่าว พัฒนา Lampang Model เชื่อมโยงระบบสาธารณสุขภายในจังหวัด
(One Province, One hospital) มีจุดเน้นใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในจังหวัด แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาล
ลำปางพบปัญหาผู้ป่วยแออัดเกินเตียงบริการ มีผู้ป่วยคาท่อช่วยหายใจเฉลี่ยวันละ 30-40 รายต่อวัน ซึ่งผู้ป่วย
มากกว่า 1 ใน 3 เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นที่มาของการพัฒนาสมรรถนะของพยาบาล โรงพยาบาลชุมชน (รพช.)
ระดับต้น (F) 9 โรงพยาบาล ให้สามารถดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ในระยะแรกดูแลกลุ่มผู้ป่วยระยะ
สุดท้าย “ใกล้บ้านใกล้ใจ”
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาสมรรถนะพยาบาล (รพช.) ระดับต้น และวางระบบการดูแลผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ
2. เพื่อประเมินผลลัพธ์ภายหลังพัฒนาสมรรถนะพยาบาล (รพช.) ระดับต้น ตามกรอบแนวคิด
CIPP Mode
วิธีการศึกษา
การวิจัยเชิงประเมินผล (Evaluation Research) ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์สถานการณ์
(Context Evaluation: C) ขั้นตอนที่ 2 พัฒนาระบบ (Input Evaluation: I) ขั้นตอนที่ 3 ใช้ระบบ (Process
Evaluation: P) ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (Product Evaluation: P) ดังนี้ Process outcome, Primary
outcome, Secondary outcome การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 97 ราย คือ พยาบาล 68 ราย
หัวหน้าพยาบาล (รพช.) 9 คน ผู้ป่วย 10 ราย และญาติผู้ป่วย 10 ราย ศึกษาช่วงเดือน มกราคม-กันยายน 2564
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ โครงการพัฒนาศักยภาพพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลชุมชน ระดับต้น
เครื่องมือรวบรวมข้อมูล 1) ข้อสอบการใช้งานเครื่องช่วยหายใจ 2) ข้อสอบการหย่าเครื่องช่วยหายใจ 3) แบบประเมิน
สมรรถนะการปฏิบัติใช้เครื่องช่วยหายใจ 4) แบบสอบถามหัวหน้าพยาบาล และพยาบาลปฏิบัติการ (รพช.)
(Google from) 5) แบบสอบถามความพึงพอใจญาติ (Telephone visits) การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ
โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน (CVI=0.97) การตรวจหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค
= 0.85 0.82 และ 0.87 ตามลำดับ) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานและ paired t-test

