Page 715 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 715

Q14

                           อุบัติการณ์การตรวจพบเชื้อไวรัส HBV HCV และ HIV ด้วยวิธีการตรวจ NAT

                     ในโลหิตบริจาคตั้งแต่ปี พ.ศ.2564-2566 ศูนย์รับบริจาคโลหิต รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี



                                                                                                                         นายวิจิตร์  โทนศิริ
                                                                             โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี เขตสุขภาพที่ 6

                                                                                             ประเภท วิชาการ


                    ความสำคัญของปัญหา

                         การได้มาซึ่งโลหิตบริจาคต้องมีการจัดหาโลหิตที่ปลอดภัยเริ่มจากการคัดกรองผู้บริจาคโลหิต และการ
                    ตรวจกรองการติดเชื้อในโลหิตที่รับบริจาคอย่างมีประสิทธิภาพของห้องปฏิบัติการงานธนาคารเลือด การสรรหา

                    โลหิตที่ปลอดภัยที่สุดเกิดจากการรณรงค์ให้รับบริจาคโลหิตจากกลุ่มผู้บริจาคโลหิตโดยสมัครใจในทุกช่วงอายุที่มี

                    คุณสมบัติในการบริจาคโลหิตได้ มีความเสี่ยงต่อติดเชื้อโรคทางโลหิตต่ำ ผู้บริจาคโลหิตที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน
                    รวมถึงมีความเข้มงวดเคร่งครัดในการคัดกรอง ผู้บริจาคโลหิตจากแบบสอบถามและการแถลงความจริง

                    เรื่องสุขภาพของผู้บริจาคโลหิตเพื่อหลีกเลี่ยงการรับบริจาคโลหิตจากผู้ที่มีความเสี่ยงและการตรวจกรองโลหิต
                    บริจาคเพื่อหาร่องรอยการติดเชื้อ ซึ่งประกอบไปด้วยการตรวจทาง serologyได้แก่ การตรวจการติดเชื้อ

                    ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ไวรัสเอชไอวี (HIV) และการตรวจหาร่องรอยการติดเชื้อของ

                    โรคซิฟิลิส (Syphilis) ที่ครอบคลุมทุกระยะของการติดเชื้อหรือด้วยวิธีวิธีที่ได้รับการรับรองจากกระทรวง
                    สาธารณสุข ที่สามารถตรวจกรองโลหิตบริจาคได้ และวิธีการตรวจ Nucleic acid amplification Test (NAT)

                    ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทยโดยการตรวจด้วย

                    วิธี NAT สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส คือ เชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV DNA), ไวรัสตับอักเสบซี
                    (HCV RNA) และเชื้อเอชไอวี (HIV RNA) ในช่วงที่ผลการตรวจทาง serology ให้ผลลบ ซึ่งเป็นการลดช่วง

                    window period หลังจากการได้รับเชื้อมาของตัวบุคคล ดังนั้นการตรวจด้วยวิธี NAT จึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัย
                    ของโลหิตและส่วนประกอบโลหิตที่จะนําไปให้ผู้ป่วย ทำให้ลดความเสี่ยงของผู้ป่วยต่อการรับโรคติดเชื้อจากโลหิต

                    หรือผลิตภัณฑ์โลหิตและให้ได้เป้าหมายของงานบริการโลหิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ หากโลหิตบริจาคยูนิตใด

                    ตรวจพบการติดโรคติดเชื้อดังกล่าว ถุงโลหิตบริจาคยูนิตนั้นจะไม่ถูกนำมาใช้และถูกนำไปทำลายตามระบบของ
                    โรงพยาบาลรวมทั้งการบันทึกผลการตรวจลงในระบบสารสนเทศงานธนาคารเลือด (Blood Bank

                    Information System : BBIS) และมีระบบการติดตามผู้บริจาคโลหิตมาตรวจซ้ำหรือตรวจเพิ่มเติม รวมทั้งการ
                    ส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาสุขภาพรวมทั้งวิธีการป้องกันการแพร่กระจาย

                    เชื้อไปสู่คนอื่น การคัดเลือกผู้บริจาคโลหิตที่เหมาะสม เป็นการวางระบบการคัดกรองและจัดการข้อมูลเพื่อ

                    ป้องกันการบริจาคโลหิตซ้ำของผู้บริจาคโลหิตที่ติดเชื้อแล้ว รวมทั้งการหาผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ๆ
                    เพื่อให้มีการสรรหาโลหิตให้มีความปลอดภัยสูงสุด มีประสิทธิภาพและคุณภาพยิ่งขึ้น ให้เพียงพอต่อ

                    การให้บริการโลหิตต่อไป
   710   711   712   713   714   715   716   717   718   719   720