Page 717 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 717

Q16

                    ตารางที่ 2 อุบัติการณ์การตรวจพบเชื้อไวรัส HBV,HCV,HIV ด้วยวิธีการตรวจ NAT

                        ปี         จำนวน         อุบัติการณ์     อุบัติการณ์      อุบัติการณ์    อุบัติการณ์
                       พ.ศ.        Donor         HBV ที่มีผล     HCV ที่มีผล       HIV ที่มี         จำนวนรวม
                                ทั้งหมด (ราย)   NAT เป็นบวก     NAT เป็นบวก        ผล NAT         ผล NAT

                                                                                   เป็นบวก       เป็นบวก
                       2564        20,922          2.772             0             0.143          2.916

                       2565        24,330          2.712           0.041           0.041          2.794
                       2566        24,085          2.284           0.083           0.125          2.491
                       เฉลี่ย    23,112.333        2.589           0.041           0.103          2.734

                    อภิปรายผล

                          จากการศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อไวรัส HBV,HCV,HIV ด้วยวิธีการตรวจ NAT ในโลหิตบริจาค
                    ของศูนย์รับบริจาคโลหิต รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ตั้งแต่ปี 2564-2566 มีผู้บริจาคโลหิตจำนวน 20,922

                    /24,330 และ 24,085 ราย ตามลำดับ รวม 3 ปีมีจำนวน 69,337 ราย พบการติดเชื้อรวมในปี 2564
                    จำนวน 61 ราย คิดเป็น ร้อยละ 0.28 ปี 2565 จำนวน 68 รายคิดเป็นร้อยละ 0.28 และปี 2566 จำนวน

                    60 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.25 รวมระยะเวลา 3 ปีมีจำนวนการติดเชื้อ 179 ราย โดยมีการติดเชื้อ HBV

                    จำนวนมากที่สุดของทุกปีคิดเป็นร้อยละ 95.08/97.06/91.67 ตามลำดับ เมื่อเทียบจากจำนวนการติดเชื้อ
                    ทั้งหมด โดยตลอดการศึกษาพบว่า อุบัติการณ์การติดเชื้อไวรัส HBV เท่ากับ 2.77, 2.71 และ 2.28 มีอัตรา

                    อุบัติการณ์การติดเชื้อ HIV เป็นลำดับที่ 2 เท่ากับ 0.14,0.04,0.12 และมีอุบัติการณ์การติดเชื้อ HCV
                    เป็น 0.0,0.04,0.08 ในปีพ.ศ.2564-2566 ตามลำดับ ทำให้การตรวจโลหิตบริจาคโดยวิธี NAT ช่วยลดความ

                    เสี่ยงของผู้ป่วยที่รับโลหิตต่อการติดเชื้อไวรัส HBV, HCV และ HIV จากข้อมูลการศึกษาในครั้งนี้ตลอด 3 ปี

                    สามารถป้องกันผู้ป่วยไม่ให้ติดชื้อไวรัส HBV 179 ราย HCV 3 ราย และ HIV 7 ราย รวมทั้งหมด 189 ราย
                    จากการรับโลหิตและส่วนประกอบโลหิต เนื่องจากโลหิตแต่ละยูนิต จะถูกนําไปเตรียมเป็นส่วนประกอบ

                    โลหิตได้อีกหลายชนิดเช่น Red Blood Cell, Fresh Frozen Plasma (FFP), Cryoprecipitate หรือ

                    Platelet เป็นต้น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการให้ความรู้แก่ผู้บริจาคโลหิตเรื่องสุขภาพ การคัดกรองผู้บริจาคโลหิต
                    และการตรวจกรองด้วยวิธี NAT ในโลหิตบริจาคทุกยูนิต เพื่อให้ได้โลหิตที่ปลอดภัยตามมาตรฐานงานบริการโลหิต

                    ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัส จากการรับโลหิตหรือผลิตภัณฑ์โลหิตในแต่ละยูนิตได้

                    สรุปข้อเสนอแนะ

                         การสรรหาโลหิตตามมาตรฐาน ต้องได้โลหิตที่ปลอดภัย จะได้มาจากผู้บริจาคโลหิตที่ปลอดภัย
                    ซึ่งผู้บริจาคโลหิต ต้องแถลงความจริงเรื่องสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยง การเจ็บป่วย การผ่าตัด การเสริมความงาม

                    อาหารเสริม ยาบำรุง หรือสมุนไพร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลของการพิจารณาในการรับบริจาคโลหิต

                    เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้บริจาคโลหิตเองและผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตหรือผลิตภัณฑ์โลหิต
   712   713   714   715   716   717   718   719   720   721   722