Page 713 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 713

Q12

                  ผลการศึกษา

                         ผลการศึกษา 1) Process outcome ผู้ป่วยที่ Refer-back (รพช.) ระดับต้น ปี 2564-2567 รวม 167 ราย
                  ปี 2564 จำนวน 10 ราย ครบ 9 โรงพยาบาล สามารถส่งต่อไปรพ.ใกล้บ้าน-ใกล้ใจ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ปี 2565

                  จำนวน 28 ราย ปี 2566 จำนวน 56 ราย ปี2567 จำนวน 83 ราย ซึ่งปี 2564 พบจำนวนครั้งของการเกิดปัญหา 3 ครั้ง

                  โดยโทรศัพท์ภาพกับผู้สอน 3 ครั้ง ปัจจุบันเมื่อเกิดปัญหาจะปรึกษาแพทย์ (รพช.) สามารถแก้ปัญหาได้ 2) Primary
                  outcome ระดับของ Competency พยาบาล (รพช.) ระดับต้น จำนวน 68 คน ส่วนใหญ่เป็นระดับ Expertise

                  ร้อยละ 74 คัดเลือกเป็นครู ก. โดยหัวหน้าพยาบาล (รพช.) เพื่อเป็นแกนนำเรื่องเครื่องช่วยหายใจ พบว่าคะแนน

                  ความรู้พยาบาลภายหลังการอบรม ดังนี้ คะแนนการใช้งานเครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเฉลี่ยจาก 6.3 (±1.74) เป็น 10.6
                  (±1.28) คะแนน, t=-18.86  คะแนนการหย่าเครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเฉลี่ย จาก 5.5 (± 2.29) เป็น 9.2 (±0.92)

                  คะแนน, t=-13.63 แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p-value< 0.001 และผลการประเมินปฏิบัติรายบุคคลผ่าน
                  ร้อยละ 100 ช่วงต่อมา ปี 2565-2566 พยาบาล รพช. 9 โรงพยาบาล ส่งมาฝึกทักษะการดูแลผู้ป่วยหนักที่หอ

                  ผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลลำปาง จำนวนรวม 24 คน คนละ 1 สัปดาห์ รวมถึงสถานการณ์ Covid-19 ปรับเปลี่ยน
                  ระบบงาน พยาบาล รพช.(F) ถูกหมุนเวียนไปช่วยรพช. (M2) มีหอผู้ป่วยวิกฤต รองรับ2 แห่ง คือ รพ. เกาะคากับ

                  รพ.เถิน ทำให้พยาบาล รพช.(F) มีทักษะมากขึ้น มีความมั่นใจดูแลผู้ป่วยหนัก และการนิเทศติดตามทางการพยาบาล

                  ผ่านระบบ Zoom Meeting หัวหน้าพยาบาล (รพช.) ประเมินความพึงพอใจลูกน้องจาก Google from ภาพรวม
                  เฉลี่ยร้อยละ 82.68 และพยาบาล รพช. (F) ประเมินตนเองจาก Google from ภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 80.02

                  นอกจากนี้ผู้ป่วย (รพช.) ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ เช่น ปอดอักเสบ (VAP), ภาวะปอดรั่ว

                  (Pneumothorax) แม้เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย สามารถหย่าเครื่องช่วยหายใจสำเร็จ และกลับบ้านได้ร้อยละ 20
                  โดยมีระยะเวลาที่ดูแล Ventilator Mean =10.70 (±16.06) 3) Secondary outcome ความพึงพอใจของ

                  ญาติจากการสอบถามทางโทรศัพท์ อยู่ในระดับดี ร้อยละ 93.33 โดยญาติมั่นใจในความรู้ และความสามารถ

                  ของพยาบาล (รพช.) ด้านที่พอใจมากที่สุดคือความสะดวกสบายด้านการเดินทาง รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายและ
                  เวลา ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ จากการ SWOT พบว่า จุดแข็ง นโยบาย Lampang model ผู้บริหารสนับสนุน

                  และรพ.ลำปางมีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ สนับสนุนทรัพยากรแก่ รพช. จุดอ่อน รพช. ขาดอัตรากำลังพยาบาล
                  และมีประสบการณ์การดูแลเครื่องช่วยหายใจน้อย โอกาส จำนวนผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ refer-back มีน้อย

                  นอกจากนี้จำนวนวันคาเครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วย (รพช.) ที่มากน้อยต่างกัน อุปสรรค/ภาวะคุกคาม สถานการณ์

                  Covid-19 และการนิเทศทางการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเกิดความยั่งยืน

                  อภิปรายผล

                             ผลสัมฤทธิ์เกิดจาก พยาบาล รพช.ระดับต้นมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น
                         1. กำหนดนโยบาย Lampang Model ซึ่งมีข้อดี คือ มีการวางแผน มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน

                  ภายใต้หลักการเครือข่ายไร้รอยต่อ โรงพยาบาลแม่ข่ายที่มีบุคลากรที่มีความรู้ มีศักยภาพ เป็นพี่เลี้ยง
                  มีการเตรียมความพร้อมอบรมการใช้งานเครื่องช่วยหายใจ ให้กับแพทย์ รพช.ทุกระดับ 12 แห่ง ปีงบประมาณ

                  2564 รวมถึงเริ่มโครงการเพื่อพัฒนาสมรรถนะพยาบาลรพช.ระดับต้น ทำให้เกิดความรู้ และทักษะในการดูแลผู้ป่วย

                  วิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ สามารถไปดูแลต่อที่ รพช.ได้ ปี 2565-2566 เป็นแหล่งฝึกทักษะด้านเครื่องช่วย
   708   709   710   711   712   713   714   715   716   717   718