Page 787 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 787

T14

                 ติดตามดูแลผู้ป่วยที่มีระดับ PPS มากกว่า 70 ส่วนกรณีที่ระดับ PPS ต่ำกว่า 70 จะมีการติดตามดูแล

                 โดยทีมสหสาขาวิชาชีพจากโรงพยาบาลลำพูน
                 4. ผลการศึกษา

                         ผู้ป่วยประคับประคองที่ได้รับการดูแลใน รพ. ลำพูน มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 720 คนในปี 2566 เป็น 842 คน

                 ในปี 2567 โดยผู้ป่วยเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะลุกลาม คิดเป็นร้อยละ 37.66 และไม่ใช่โรคมะเร็ง คิดเป็นร้อยละ
                 62.34 ตามลำดับ จากการดำเนินงานพบว่าผู้ป่วยประคับประคองในเขต อ.เมือง ลำพูน จำนวน 298 คน

                 ได้รับการส่งต่อจากโรงพยาบาล เพื่อให้กลับไปดูแลที่บ้านและชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 67.47 (ปี 2566 ร้อยละ 59.01)

                 มีผู้ป่วยที่มีอาการรบกวนในระยะท้ายและต้องให้ยาจัดการอาการรบกวนผ่านอุปกรณ์ให้ยาใต้ผิวหนังที่บ้าน
                 จำนวน 51 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.15  โดยโรงพยาบาลได้มีการประสานกับทีมหน่วยบริการปฐมภูมิร่วมติดตาม

                 เยี่ยมบ้าน และดูแลต่อเนื่องตามเขตพื้นที่รับผิดชอบ ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลทุกรายได้มีช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต
                 ที่บ้านตามความประสงค์ (Good death) มีผู้ป่วยกลับมารับการรักษาซ้ำโดยไม่ได้วางแผนลดลง ร้อยละ 9.40

                 และในจำนวนนี้มีเพียงร้อยละ 2.56 ที่เสียชีวิตในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังพบว่าทีมหน่วยบริการปฐมภูมิ
                 มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองที่บ้านและชุมชนมากขึ้น มีการคัดกรองผู้ป่วยที่ควรได้รับการดูแล

                 แบบประคับประคองจากชุมชน (New case palliative care)  เข้าสู่ระบบการดูแลประคับประคอง ร้อยละ 5.03

                 เกิดการสร้างเครือข่ายการดูแลประคับประคองตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนมีการร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
                 ทางด้านศาสนามาช่วยดูแลมิติด้านจิตใจ และด้านสังคมด้วย





















                 5. อภิปรายผล

                        ผู้ป่วยประคับประคองที่มีการดำเนินโรคเข้าสู่ระยะท้ายหรือตัวโรคมีการลุกลาม จะมีสมรรถนะร่างกาย
                 ถดถอยมากขึ้นเรื่อยๆ มีความทุกข์ทรมานจากอาการในช่วงก่อนเสียชีวิต ได้แก่ อาการปวด หายใจเหนื่อย สับสน

                 และมีคุณภาพชีวิตที่ลดลงตามลำดับ ผู้ป่วยกลุ่มนี้นอกจากควรได้รับการจัดการอาการที่มีประสิทธิภาพแล้ว

                 ควรได้รับการดูแลเพื่อครอบคลุมมิติด้านจิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เพื่อให้ครอบครัวสามารถเผชิญภาวะสูญเสีย
                 ได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นการพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองที่บ้านจะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลมากขึ้น
   782   783   784   785   786   787   788   789   790   791   792