Page 819 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 819
T46
โดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาสถานการณ์ พบความต้องการในการพัฒนามีดังนี้ 1) ขาดแนวทางการ
วางแผนจำหน่ายผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ชัดเจน 2) ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและญาติต้องการความรู้และทักษะ
ในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย 3) สหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลผู้ป่วย
ระยะสุดท้าย จึงพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ประกอบด้วย 3 วงจรการพัฒนา คือ วงจรพัฒนาที่1
พัฒนาศักยภาพของสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย โดยการสร้างองค์ความรู้ จัดประชุมวิชาการเกี่ยวกับการดูแล
ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและบทบาทหน้าที่ของสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย วงจรพัฒนาที่2 พัฒนารูปแบการ
วางแผนจำหน่ายโดยใช้ METHOD บูรณาการร่วมกับ 7 – Aspect of care เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและครอบครัว
มีส่วนร่วมในการตัดสินใจโดยการประชุมครอบครัว การวางแผนดูแลตนเองล่วงหน้า วงจรพัฒนาที่ 3 การดูแล
ต่อเนื่องที่บ้านโดยดำเนินการร่วมกับสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายในชุมชน
4. ผลการศึกษา
เกิดรูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในศูนย์ชีวาภิบาล โรงพยาบาลภูสิงห์ ดังภาพ
หลังจากนำรูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในศูนย์ชีวาภิบาล โรงพยาบาลภูสิงห์ไปใช้ พบว่า อัตราการ
re - visit ลดลงจากร้อยละ 6.83 เป็นร้อยละ3.34 อัตราความพึงพอใจของสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายเพิ่มขึ้น
จาก 81.72 เป็นร้อยละ 86.33 คุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 61.42 เป็นร้อยละ 70.11

