Page 89 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 89
B24
แข็งของการศึกษานี้ ผลการศึกษาตรงกับการทดสอบ Univariate analysis โดยผลการศึกษาพบว่า ตำแหน่ง
มะเร็งอยู่ทางด้านหน้า, เนื้องอก T4, มะเร็งระยะที่ III เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญทางสถิติและมีนัยสำคัญทางคลินิก
ที่สัมพันธ์กับการเกิด positive CRM ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยอื่น ๆ ที่รายงานว่าปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการเกิด
positive CRM
ปัจจัยที่ไม่สัมพันธ์กับ positive CRM ในการศึกษานี้ ได้แก่ อายุ, เพศ, การได้รับ preoperative
chemoradiation, cell type, neural หรือ lymphovascular invasion, low tumor, elective หรือ urgent
operation, open หรือ laparoscopic surgery, type of operation (AR, LAR, APR) ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์
กับการเกิด positive CRM ไม่สอดคล้องกับการศึกษาหลายการศึกษา เช่น การศึกษาของ Wang และคณะ
พบปัจจัย cell type, low tumor มีผลต่อ positive CRM การศึกษาของ Kang และคณะ พบปัจจัย low
tumor มีผลต่อ positive CRM การศึกษาของ Krishnamurty และคณะ พบปัจจัย low tumor, large
tumor มีผลต่อ positive CRM การศึกษาของ Hiranyakas และคณะ พบปัจจัย low tumor, large tumor,
number of positive lymph node, lymphovascular invasion, neural invasion มีผลต่อ positive CRM
การศึกษาของ Tilney และคณะ พบปัจจัย การผ่าตัด APR มีผลต่อ positive CRM การศึกษาของ Patel และ
คณะ พบปัจจัย การผ่าตัดด้วย laparoscopic surgery ลดการเกิด positive CRM โดยมีการศึกษาฃอง
Martling และคณะ รายงานว่าศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและทำการผ่าตัดมากกว่า 12 รายต่อปีมีอัตรา
การเกิด Positive CRM ลดลง อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้ศึกษาในด้านนี้ การศึกษาของ Nagtegaal
และคณะ รายงานถึงการที่พบ positive CRM หลังการให้ preoperative chemoradiation เป็นตัวทำนาย
พยากรณ์โรคที่แย่ การศึกษาของ Hall และคณะ รายงานว่า positive CRM สัมพันธ์กับ locally advanced
disease มากกว่า inadequate surgery การศึกษาของ Park, Patel และ Birbeck รายงาน positive CRM
สัมพันธ์กับ overall survival, DFS และแสดงถึง hospital-based quality
สรุปและข้อเสนอแนะ
การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งมะเร็งอยู่ทางด้านหน้า, เนื้องอก T4, มะเร็งระยะที่ III
เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่สัมพันธ์กับการเกิด positive CRM ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ตรง การระบุปัจจัย
เหล่านี้จะช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถวางแผนการรักษาโดยการดูแลแบบสหวิชาชีพและลดความเสี่ยงของการ
เกิด Positive CRM ซึ่งจะส่งผลดีต่อ overall survival และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว
ข้อแนะนำเขิงนโยบาย ในการพัฒนาคุณภาพของ CRM โดยการฝึกทักษะ TME และ APR แบบ Extended
ตามแนวทางของ Heald 3-12 จะช่วยมาตรฐานการผ่าตัด ในกลุ่มผู้ป่วย T4 หรือ stage III ควรพิจารณาให้
preoperative chemoradiation ตามแนวทางของ NCCN Guidelines (2024) เพื่อลดขนาดก้อนมะเร็งและ
เพิ่มโอกาสได้ negative CRM ร่วมกับการดูแลโดยสหวิชาชีพ ผลการศึกษานี้ เน้นย้ำบทบาทของ anterior
tumor, T4 lesion และ stage III ควรนำไปใช้ปรับปรุงแนวทางรักษา การแก้ไขข้อจำกัดและขยายการศึกษา
ต่อไปจะช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย rectal cancer ในประเทศไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล

