Page 90 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 90

B25

                       ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการตรวจมะเร็งปากมดลูกของสตรีกลุ่มเป้าหมาย

                                               ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์



                                                                                        นางอรอนงค์ สารสุวรรณ

                                              โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังน้ำซับ จังหวัดสุพรรณบุรี เขตสุขภาพที่ 5

                                                                                               ประเภท วิชาการ


                  ความสำคัญของปัญหา

                         มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จากฐานข้อมูล
                  ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พบว่ามีสตรีช่วงอายุ 30 - 60 ปี ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็ง

                  ปากมดลูก สาเหตุที่ทำให้ไม่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ กลัวเจ็บ กลัวการตรวจ อายเจ้าหน้าที่ และ

                  กลัวเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเชื่อว่าถ้าไม่มีอาการและอาการแสดงหรือสมาชิกในครอบครัวไม่เป็น
                  โรคมะเร็งปากมดลูกไม่จำเป็นต้องตรวจ จึงทำให้ไม่มารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกส่งผลให้อัตรา

                  การมารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกน้อย  องค์การอนามัยโลกเสนอว่าถ้าสตรีมีการตรวจคัดกรองทุกปี

                  ได้มากถึงร้อยละ 90 จะสามารถลดอัตราตายด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ร้อยละ 61 และถ้าได้รับการตรวจ
                  คัดกรองทุก 5 ปีก็จะสามารถรอดชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกร้อยละ 70 ลดอัตราการตายได้ถึงร้อยละ 55

                  ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาเพื่อหาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการตรวจมะเร็งปากมดลูกของสตรี

                  กลุ่มเป้าหมายตำบลวังน้ำซับเพื่อประยุกต์ใช้ผลการศึกษาในครั้งนี้ไปเป็นรูปแบบในการพัฒนาส่งเสริมให้สตรี
                  มารับบริการตรวจคัดกรองมากขึ้นเพื่อป้องกันและค้นหากลุ่มเสี่ยง ช่วยลดอัตราการป่วยและตายของสตรี

                  จากโรคมะเร็งปากมดลูก

                  วัตถุประสงค์

                         เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้โอกาสเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก
                  เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ความรุนแรงของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก และเปรียบเทียบการรับรู้ผลประโยชน์

                  และอุปสรรคที่จะรับการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่มีผลต่อพฤติกรรมการตรวจมะเร็งปากมดลูกของสตรี
                  กลุ่มเป้าหมายตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี


                  วิธีการศึกษา
                         ประชากรกลุ่มตัวอย่าง สตรีอายุ 30 – 60 ปี พื้นทีรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมุขภาพตำบล

                  วังน้ำซับ จำนวน 250 ราย เก็บข้อมูลเดือนตุลาคม – ธันวาคม พ.ศ. 2566 ด้วยการสัมภาษณ์ด้วยแบบสอบถาม

                  ในความเชื่อทางด้านสุขภาพ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและสรุปผลการวิจัยด้วยโปรแกรมสถิติ
   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94   95