Page 1003 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 1003
V21
การพัฒนารูปแบบการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคในคลินิกวัณโรค
โรงพยาบาลกุดชุม จังหวัดยโสธร
เภสัชกรหญิงพิมพ์ศิริ โกกทาน และนางปภาวรินทร์ คำภา
โรงพยาบาลกุดชุม จังหวัดยโสธร เขตสุขภาพที่ 10
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
วัณโรค (Tuberculosis: TB) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขระดับโลกและระดับประเทศ
โดยรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี พ.ศ.2566 ระบุว่าวัณโรคเป็นโรคติดเชื้อที่คร่าชีวิตประชากร
มากที่สุดในโลก โดยมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคถึง 1.3 ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 10.6 ล้านคนทั่วโลก
ในขณะที่ประเทศไทยมีอุบัติการณ์วัณโรคสูง โดยคาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 111,000 คนต่อปี
แต่เข้าสู่ระบบการรักษาเพียง 72,000 คน หรือร้อยละ 65 ของที่คาดการณ์ไว้ ปัญหาการเข้าถึงบริการ
การขาดนัด ความไม่ร่วมมือในการรับประทานยา การกลับเป็นซ้ำ และการเกิดเชื้อดื้อยา ยังคงเป็นอุปสรรค
สำคัญต่อประสิทธิภาพในการควบคุมวัณโรค
กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การควบคุมวัณโรคแห่งชาติให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
"End TB Strategy" ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมีเป้าหมายในการลดอัตราการเสียชีวิตจากวัณโรคให้ได้ร้อยละ 95
และลดอุบัติการณ์ลงร้อยละ 90 ภายในปี พ.ศ.2578 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษา การเข้าถึง
บริการที่มีคุณภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการควบคุมวัณโรค
การส่งเสริมการบูรณาการยาสมุนไพร ในกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ “ยาตรีผลา” ซึ่งเป็นตำรับยา
ตามคัมภีร์ทางแพทย์แผนไทย เป็นตำรับยาสมุนไพรที่ประกอบด้วยสมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม
มีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาที่ได้รับการศึกษาวิจัย มีสารสำคัญกลุ่มในกลุ่มโพลีฟีนอล มีฤทธิ์ต้านการไอ ฤทธิ์ต้าน
อนุมูลอิสระ ปรับภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ กระตุ้นความอยากอาหาร ต้านเชื้อแบคทีเรีย จึงมีประสิทธิภาพใน
การนำมาใช้การดูแลผู้ป่วยวัณโรค
โรงพยาบาลกุดชุม จังหวัดยโสธร เป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีโรงงานผลิตยาสมุนไพรตามมาตรฐาน
WHO-GMP โดยได้ผลิตยาตรีผลาในรูปแบบยาชงจากวัตถุดิบสมุนไพรอินทรีย์ที่ปลูกในพื้นที่ และนำมาใช้กับ
ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ รวมถึงผู้ป่วยวัณโรคในลักษณะสนับสนุนการรักษาหลัก ถือเป็นจุดแข็งที่สามารถ
พัฒนาเป็นรูปแบบการดูแลรักษาที่เชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
จากข้อมูลผลการดำเนินงานของคลินิกวัณโรค โรงพยาบาลกุดชุม ในปี พ.ศ. 2565–2566 พบว่าใน
ผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่และผู้ป่วยกลับเป็นซ้ำรวม 113 ราย ในปี พ.ศ. 2565 มีอัตราความสำเร็จในการรักษา
คิดเป็นร้อยละ 96.36 และมีอัตราการเสียชีวิตที่ร้อยละ 1.72 และในปี พ.ศ. 2566 มีอัตราความสำเร็จในการ
รักษาคิดเป็นร้อยละ 83.63 และมีอัตราการเสียชีวิตที่ร้อยละ 12.72 ซึ่งยังไม่ถึงเป้าหมายตามแผนการพัฒนา
ระบบบริการสุขภาพด้านวัณโรค(service plan) ปี 2568 กำหนดให้เพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา
มากกว่าร้อยละ 90 และลดอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าร้อยละ 7 ปัญหาที่พบได้แก่ การขาดนัด ความไม่ร่วมมือ
ในการใช้ยา อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน การกลับเป็นซ้ำ และการขาดระบบคัดกรองที่
เหมาะสมในผู้สัมผัสร่วมบ้าน

