Page 1006 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 1006
V24
2. Action (ดำเนินการตามแผน)
- จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับทีมสหวิชาชีพในคลินิกวัณโรคร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ในชุมชน ให้ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวัณโรค
- พัฒนาเครื่องมือในการคัดกรองอาการสงสัยวัณโรคผ่านระบบ Google Form เพื่อใช้ในการเก็บ
ข้อมูลเบื้องต้นและวิเคราะห์ความเสี่ยงในการค้นหาเชิงรุก โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นผู้ดำเนินการคัดกรองในพื้นที่
- ดูแลการรับประทานยาโดยการสังเกตตรง (Directly observe treatment; DOT) ร่วมกับจัดทำ
ปฏิทินการรับประทานยารักษาวัณโรค เพื่อเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยา
3. Observe (สังเกตและติดตามผล)
- ติดตามเยี่ยมบ้านสำหรับผู้ป่วยที่ขาดการติดต่อหรือไม่มาตามนัดและผู้ป่วยที่กลับเป็นซ้ำ โดยทีม
สหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อสม. ในพื้นที่
- ติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา รวมถึงประเมินความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วย
ตรวจสอบอันตรกิริยาระหว่างยา และติดตามปัญหาความคลาดเคลื่อนทางยา
4. Reflect (สะท้อนผล/วิเคราะห์ร่วมกัน)
- สะท้อนผลการดำเนินงาน ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ วิเคราะห์ทบทวนอุบัติการณ์เพื่อแก้ปัญหาเชิงระบบ
- เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อติดตามประสิทธิภาพของรูปแบบการดูแล
ปัญหาอุปสรรค และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยและระบบบริการ
ผลการศึกษา
ได้แนวทางในการดูแลและรักษาผู้ป่วยวัณโรค รวมทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคซึ่งสอดคล้อง
กับมาตรฐานการควบคุมวัณโรคของประเทศไทยและองค์กรอนามัยโรค (WHO) กำหนด มีอัตราผลสำเร็จ
ของการรักษาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำที่ได้รับการรักษาด้วยสูตรยาแนวที่หนึ่ง (TB Treatment
Success rate) ในปี พ.ศ.2567 ร้อยละ 88.70 อัตราการเสียชีวิตที่ร้อยละ 8.06 อัตราการขาดการรักษา
เท่ากับ 0 ผลการคัดกรองอาการสงสัยวัณโรคผ่านระบบ Google Form ในกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด 783 ราย
พบผู้ป่วยวัณโรค เท่ากับร้อยละ 11.87 มีความร่วมมือในการใช้ยาอยู่ในระดับดีมาก เกิดอาการไม่พึงประสงค์
จากการใช้ยา ได้แก่ ปฏิกิริยาทางผิวหนังผื่นแพ้ยา ร้อยละ 4.04 และภาวะตับอักเสบร้อยละ 3.03 และผลของ
การใช้ยาสมุนไพรยาชงตรีผลาร่วมกับการรักษาด้วยสูตรยาแนวที่หนึ่ง ในระยะเวลา 2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มยา
สามารถบรรเทาอาการไอได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05)
อภิปรายผล
ผลการดำเนินงานพบว่าการพัฒนาแบบคัดกรองผ่านระบบ Google Form โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.
และ อสม. สามารถเพิ่มอัตราการค้นหาผู้ป่วยสงสัยวัณโรคได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น การให้ความรู้เรื่องโรค
และติดตามการใช้ยา การเยี่ยมบ้าน ตลอดจนการเฝ้าระวังเชิงรุก ส่งผลให้เกิดการดูแลแบบองค์รวม
ลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ และเพิ่มความร่วมมือของผู้ป่วยในการรักษา ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ
WHO (2022) ที่เน้นการดูแลผู้ป่วยวัณโรคโดยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient-Centred Cares) และสอดคล้อง
กับการศึกษาของพชรพร ครองยุทธ (2565) พบว่าใช้ทฤษฎีแรงสนับสนุนทางสังคมภายใต้แนวคิด
“ค้นให้พบ จบด้วยหาย พัฒนาระบบและชุมชนมีส่วนร่วมสามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วย

