Page 1052 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 1052
W44
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อ
เรื้อรังมากกว่าร้อยละ 80
2. เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติ มีพฤติกรรมสุขภาพ ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิด
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อยู่ในระดับ
มากกว่า ร้อยละ 60
3. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีความพึงพอใจในการใช้ Blood system Model มากกว่าร้อยละ 80
วิธีการศึกษา
ขั้นเตรียมการ : 1. ศึกษาข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย
2. ประเมินความรู้ความเข้าใจและพฤติกรรมสุขภาพ
3. วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุผู้ป่วยที่ยังมีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง
4. ประชุมในหน่วยงานเพื่อระดมสมองคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
ขั้นตอนการผลิตและดำเนินการ :
1.เตรียมวัสดุอุปกรณ์ (สายยาง สำลี ขวดน้ำ สายดำรัดขวดน้ำ กระดาษ A4 ฟิวเจอร์บอร์ด Syring และสีผสมอาหาร)
2. ประดิษฐ์ Blood System Model และทดลองใช้งานปรับปรุง ให้ดีขึ้นและเหมาะสมกับการใช้งาน
3. นำนวัตกรรมไปใช้ในการให้สุขศึกษาแก่ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มารับบริการที่โรงพยาบาลยะลา โดย
อธิบายวิธีการใช้งานอย่างละเอียด
ผลการศึกษา
จากการประเมินผลของการใช้ Blood System Model สรุปได้ดังนี้
ตารางที่ 1 จำนวนและร้อยละของระดับความรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (N=30)
ระดับความรู้ ก่อนใช้นวัตกรรม หลังใช้นวัตกรรม
จำนวน (คน) ร้อยละ จำนวน (คน) ร้อยละ
ระดับสูง (14 - 20) 7 23.33 29 96.7
ระดับปานกลาง (10 - 13) 9 30.0 1 3.3
ระดับต่ำ (0 - 9) 14 46.66 0 0.0
จากตารางที่ 1 จะเห็นได้ว่า ระดับความรู้ของกลุ่มตัวอย่าง หลังใช้นวัตกรรม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนอยู่
ในระดับสูงสุด เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23.33 เป็นร้อยละ 96.7
ตารางที่ 2 แสดงข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเป้าหมาย (N = 30 คน)
ระดับพฤติกรรมสุขภาพ ก่อนใช้นวัตกรรม หลังใช้นวัตกรรม
3อ.2ส. จำนวน (คน) ร้อยละ จำนวน (คน) ร้อยละ
ดีมาก - - 9 30.00
ดี 3 10.00 15 50.00
ปานกลาง 6 20.00 6 20.00
ไม่ดี (ควรปรับปรุง) 21 70.00 - -
จากตารางที่ 2 จะเห็นได้ว่า หลังใช้นวัตกรรม กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมสุขภาพอยู่ในระดับดีและดีมาก
เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 80

