Page 125 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 125
C16
ผลการศึกษา
จากการศึกษาการใช้นวัตกรรมครั้งที่ 1 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กรกฎาคม 2567 พบว่า ไม่มีการใช้
กระดาษสำหรับการตรวจเช็ดอุปกรณ์สำหรับออกปฏิบัติการ ระยะเวลาในการตรวจเช็คอุปกรณ์ลดลงจาก
ใช้เวลา 20 นาทีเป็น 10 นาที มีการตรวจเช็คอุปกรณ์สำหรับออกปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่
เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70.33 อุปกรณ์ไม่พร้อมใช้งานลดลงจากร้อยละ 30.05 เป็นร้อยละ 12.08
เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการตรวจเช็คอุปกรณ์นาน ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจเช็คอุปกรณ์ได้ไม่ครบ เจ้าหน้าที่
มีความพึงพอใจหลังจากใช้นวัตกรรมนี้ คิดเป็นร้อยละ 75
จากการศึกษาการใช้นวัตกรรม ครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 ถึง มีนาคม 2568 พบว่า
ระยะเวลาในการตรวจเช็คอุปกรณ์ลดลงจากใช้เวลา 10 นาทีเป็น 6 นาทีการตรวจเช็คอุปกรณ์สำหรับ
ออกปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 70.33 เป็นร้อยละ 100 ไม่พบอุปกรณ์ไม่พร้อมใช้งาน
เจ้าหน้าที่มีความพึงพอใจหลังจากใช้นวัตกรรมนี้ คิดเป็นร้อยละ 91.67
อภิปรายผล
ปัญหาในการตรวจเช็คความพร้อมของอุปกรณ์สำหรับออกปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินจากการใช้
เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนช่วยในการตรวจสอบและลงข้อมูลวันหมดอายุของอุปกรณ์ สามารถลดระยะเวลา
ขั้นตอนและต้นทุนในการจัดเก็บ ส่งผลให้อุปกรณ์มีความพร้อมในการใช้งานอยู่เสมอ ลดภาระการทำงาน
ของเจ้าหน้าที่ทำให้เกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงานและให้ตวามร่วมมือในการตรวจสอบอุปกรณ์
อย่างสม่ำเสมอโดยผลการตรวจสอบและวันหมดอายุของอุปกรณ์จะแจ้งเตือนในกลุ่ม Telegram ทำให้
ผู้ปฏิบัติงานท่านอื่นได้ทราบและเกิดความมั่นใจในการออกปฏิบัติการ อีกทั้งยังสามารถนำไปพัฒนาประยุกต์
ในการตรวจเช็คอุปกรณ์อื่นๆได้
สรุปและข้อเสนอแนะ
1. ระบบ Telegram ยังเป็นโปรแกรมที่ไม่ได้รับความนิยม จึงจำเป็นที่จะต้องติดตั้งโปรแกรม
การใช้งานขึ้นใหม่
2. การใช้งานระบบตรวจเช็คอุปกรณ์สำหรับออกปฏิบัติการ หากมีการใช้งานอุปกรณ์ผู้ใช้งานจะต้อง
เติมอุปกรณ์และลงวันหมดอายุของอุปกรณ์ใน Google sheet หลังจากนั้นค่อยทำการตรวจเช็คอุปกรณ์
ใน Google form อีกครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน

