Page 121 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 121

C12

                  วัตถุประสงค์การศึกษา

                         เพื่อศึกษาผลลัพธ์ทางการพยาบาลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บศีรษะ
                  ระดับปานกลางถึงรุนแรง ภายหลังได้รับการผ่าตัดสมองใน 24 ชั่วโมงแรก ได้แก่ อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน

                  หลังผ่าตัด ประกอบด้วย การเกิดอาการทรุดลงของระบบประสาท (Worsening Neurological) ภาวะการไหลเวียน

                  โลหิตไม่คงที่ (Hemodynamic instability) อาการแย่ลงของระบบหายใจ (Respiratory instability)
                  และศึกษาสมรรถนะของพยาบาลในการประเมินสัญญาณเตือนเริ่มแรกของอาการทรุดลงหลังผ่าตัดสมอง

                  และการพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดได้อย่างถูกต้อง

                  วิธีการศึกษา

                         การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi experimental research) แบบวัดผลก่อนและหลัง
                   การทดลอง (One group Pretest and Posttest experimental design) โดยการทดลองใช้แนวปฏิบัติ

                  ปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บศีรษะระดับปานกลางถึงรุนแรง ภายหลังได้รับการผ่าตัดสมอง

                  ใน 24 ชั่วโมงแรก ในกลุ่มประชากรผู้ป่วยบาดเจ็บศีรษะระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยมีระดับ Glasgow
                  Coma Score < 12 คะแนน ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนักอุบัติเหตุ โรงพยาบาลลำปาง ตั้งแต่ วันที่

                  1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มกราคม 2567 ได้รับการผ่าตัดสมองแบบการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะแล้วปิด
                  กะโหลก (Craniotomy) และการผ่าตัดเปิดกะโหลกแล้วไม่ปิดกะโหลก (Craniectomy) ภายใน 24 ชั่วโมง

                  หลังผ่าตัด ทั้งเพศชายและหญิง มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

                  คำนวณตาม G*Power Sample size กำหนด Effect size 0.6  = 0.05 และ Power 0.95 ได้กลุ่มตัวอย่าง

                  จำนวน 32 คน เพื่อป้องกันการสูญหายระหว่างการทดลอง ร้อยละ 10 จึงเพิ่มกลุ่มตัวอย่างเป็น 35 คน

                  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยเครื่องมือ 2 ประเภท คือ

                         1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แนวปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย
                         2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย

                  แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของพยาบาล แบบประเมินความพึงพอใจของพยาบาล และแบบประเมินทดสอบ

                  ความรู้ความเข้าใจก่อน – หลังใช้แนวปฏิบัติของพยาบาล
                         การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ นำเสนอด้วยสถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย

                  และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติการวิเคราะห์คือ ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วย dependent
                  t-test และ Wilcoxon signed ranks test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญ p < 0.05


                  ผลการศึกษา
                         ค่าเฉลี่ยของการเกิดอาการทรุดลงของระบบประสาท ภาวะการไหลเวียนโลหิตไม่คงที่ และอาการแย่ลง

                  ของระบบหายใจ พบว่า ค่าเฉลี่ยของการเกิดอาการทรุดลงของระบบประสาท หลังการทดลองระดับความรู้สึกตัว

                  GCS มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและดีกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อัตราการเต้น
                  ของชีพจร อัตราการหายใจหลังการทดลองลดลงและดีกว่าก่อนการทดลอง ระดับความดันโลหิตซิสโตลิก

                  หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นและมีความคงที่ ปริมาณความอิ่มตัวออกซิเจนปลายนิ้วคงที่ ไม่มีความแตกต่างกัน

                  ทางสถิติ
   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126