Page 143 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 143
C34
การเพิ่มการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น
ณ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ (Enhancing Access to Emergency Medical Services
for Cardiac Arrest Patients at Kalasin Hospital)
นายแพทย์ณัฐพล สัตย์ซื่อ
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตสุขภาพที่ 7
ประเภท วิชาการ
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น
ณ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-methods research) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพระหว่างเดือนตุลาคม 2566 ถึงเดือนกันยายน 2567 ผลการศึกษา พบว่า
การดำเนินมาตรการที่ประกอบด้วยการฝึกอบรมบุคลากร EMS การให้ความรู้แก่ชุมชนเกี่ยวกับระบบบริการ
ฉุกเฉินและการทำ CPR รวมถึงการพัฒนาระบบ Telemedicine สามารถช่วยลดระยะเวลาการตอบสนอง
ของหน่วย EMS และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ อัตราผู้ป่วยที่ได้รับ ROSC ภายหลัง
ได้รับบริการ EMS เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31 และอัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยฉุกเฉินระดับรุนแรง (ESI 1 และ
2) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 47 นอกจากนี้ ระยะเวลาการเริ่มกู้ชีพระดับสูง (ACLS) ลดลงจาก 30 นาที เหลือเพียง
14.5 นาที สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการที่ดำเนินการในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น
ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและขยายมาตรการดังกล่าวให้
ครอบคลุมพื้นที่อื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบริการการแพทย์ฉุกเฉินในระดับประเทศ
คำสำคัญ (Keywords): บริการการแพทย์ฉุกเฉิน, หัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล, การกู้ชีพ, EMS,
Telemedicine
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
การพัฒนากระบวนการเข้าถึงการบริการของหน่วยการแพทย์ฉุกเฉินให้สามารถเข้าถึงบริการ
ได้อย่างรวดเร็วและมีระบบสั่งการรักษาที่ทันท่วงที มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่มี
ภาวะหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล (Out-of-Hospital Cardiac Arrest: OHCA) การศึกษาข้อมูลย้อนหลัง
เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใช้เครื่องกดนวดหัวใจในผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นที่มารับการรักษาที่ห้องอุบัติเหตุและ
ฉุกเฉิน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราการฟื้นคืนชีพจร (Return of Spontaneous
Circulation: ROSC) นอกจากสาเหตุของภาวะหัวใจหยุดเต้นและอายุของผู้ป่วยแล้ว ยังรวมถึงระยะเวลา
การเริ่มต้นกดนวดหน้าอกและเวลารอคอยที่หน่วยกู้ชีพขั้นสูง (Advanced Life Support: ALS) จะไปถึง
จุดเกิดเหตุ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย ดังนั้น การพัฒนากระบวนการเข้าถึงบริการ
การแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Services: EMS) จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิต
ของผู้ป่วย OHCA โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น การอบรมหน่วยกู้ชีพพื้นฐานที่เป็น
เครือข่ายในชุมชน การประชาสัมพันธ์เชิงรุกเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการฉุกเฉิน การพัฒนาแนวทางการกู้ชีพกลาง

