Page 144 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 144

C35

                  ของโรงพยาบาล และการนำระบบ telemedicine มาใช้เพื่อให้แพทย์สามารถสั่งการรักษาได้แบบเรียลไทม์

                  เสมือนการออกปฏิบัติหน้าที่ด้วยตนเอง ซึ่งจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว พบว่าผลลัพธ์ในปี 2567
                  มีการเพิ่มขึ้นของอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย OHCA เป็นร้อยละ 31 และอัตราผู้ป่วยกลุ่มสีแดงและสีชมพู

                  ที่เข้าถึง EMS เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 47 นอกจากนี้ ระยะเวลารอคอยของการเริ่มกู้ชีพขั้นสูง (Advanced

                  Cardiovascular Life Support: ACLS) ลดลงเหลือ 14.5 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการ
                  ที่ดำเนินการในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์


                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                         วัตถุประสงค์หลัก : เพื่อพัฒนาการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น

                  ณ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และมีวัตถุประสงค์รองดังนี้คือ ลดระยะเวลาการตอบสนองของ EMS และเสริมสร้าง
                  ความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการ EMS และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน


                  วิธีการศึกษา
                         งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-methods research) โดยรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ

                  และเชิงคุณภาพ ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมระหว่างเดือนตุลาคม 2566 ถึงเดือนกันยายน 2567 และนำมาวิเคราะห์

                  เพื่อการพัฒนาต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ระยะเวลาการตอบสนองของหน่วย EMS และผลลัพธ์
                  ของผู้ป่วยที่ได้รับบริการผ่านศูนย์สั่งการโรงพยาบาล รวมถึงสำรวจระดับความรู้พื้นฐานและความพึงพอใจ

                  ของผู้ใช้บริการ EMS โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จากนั้นดำเนินการพัฒนา EMS โดยจัดกิจกรรมฝึกอบรมบุคลากร
                  ในด้านเทคนิคการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการกู้ชีพระดับสูง รวมถึงการลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ชุมชนเกี่ยวกับ

                  ระบบ EMS การโทร 1669 และการทำ CPR พร้อมกันนี้ยังมีการพัฒนาระบบ telemedicine ในรถ EMS

                  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยโดยแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ในช่วงสุดท้ายของการศึกษา มีการประเมินผล
                  โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของโครงการ มีการติดตามผลทุกเดือนเพื่อนำมาปรับปรุง

                  แนวทางการดำเนินงาน และสรุปผลการศึกษาเพื่อนำเสนอผู้บริหารระดับสูงเพื่อพัฒนานโยบายที่เหมาะสมต่อไป

                  ผลการศึกษา

                         จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ Dashboard ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์

                  และปรับปรุงระบบการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พบว่าจำนวนผู้ใช้บริการ EMS
                  ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ถึงเดือนกันยายน 2567 ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินระดับ ESI 1 และ 2 โดยคิดเป็น

                  ร้อยละ 32.6, 36.8 และ 47 ตามลำดับ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล (Out-of-

                  Hospital Cardiac Arrest: OHCA) ที่ได้รับการนำส่งโดย EMS และสามารถฟื้นคืนการไหลเวียนของโลหิต
                  (Return of Spontaneous Circulation: ROSC) พบว่ามีอัตราการรอดชีวิตที่ร้อยละ 25.7, 30 และ 31 ตามลำดับ

                  นอกจากนี้ อัตราการปฏิบัติการช่วยชีวิตภายในระยะเวลา 10 นาทีอยู่ที่ร้อยละ 79.7, 76.8 และ 82 ตามลำดับ
                  ขณะที่ระยะเวลารอคอยก่อนเริ่มกระบวนการกู้ชีพระดับสูง (Advanced Cardiovascular Life Support: ACLS)

                  ลดลงจาก 30 นาที เหลือเพียง 14.5 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ EMS

                  อย่างมีนัยสำคัญ
   139   140   141   142   143   144   145   146   147   148   149