Page 188 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 188
D20
2. ผู้วิจัยได้แนวคิดในการสร้างนวัตกรรมมาจากการกระแตเวียนฝึกเดิน ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับช่วยฝึก
ยืนทรงตัวและฝึกเดินในเด็กตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย ผู้วิจัยได้ทำการประยุกต์และดัดแปลง กระแตเวียน
จากรูปแบบดั้งเดิม ให้เหมาะสมตามแนวคิดและทฤษฎีทางวิชาการด้านกายภาพบำบัด ผู้วิจัยกำหนดคุณสมบัติ
ของอุปกรณ์ให้เหมาะสำหรับใช้ในการฝึกยืนทรงตัวและฝึกเดิน ในเด็กที่มีอายุ 9 เดือน - 6 ปี ทำการ
ปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้จากกระบอกไม้ไผ่ เป็นท่อ PVC เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบัน มีการปรับแก้ไขให้
นวัตกรรมที่สร้างขึ้นสามารถปรับระดับความสูงได้ ตามความเหมาะสมกับความสูงของเด็กปฐมวัย และคาน
สำหรับจับยึดเกาะยืนและเกาะเดิน สามารถปรับขนาดได้ ตามน้ำหนักตัวของเด็ก และมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริม
เพื่อความปลอดภัยของเด็กปฐมวัยเพิ่มเติม ได้แก่ ที่หุ้มคานเกาะเดินที่ทำจากผ้าเย็บเสริมฟองน้ำกันการกระแทก
เป้พยุงตัวเด็กและสายรัดคาดเอว พร้อมทั้งปูพื้นฐานแผ่นรองเดิน ด้วยแผ่นยางพารา นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง
อุปกรณ์ของเล่น เพื่อใช้เป็นสิ่งเร้ากระตุ้นความสนใจ เพื่อช่วยกระตุ้นให้เด็กยืนทรงตัวและเดินได้ดีขึ้น
โดยอุปกรณ์ทั้งหมดสามารถถอดและประกอบใหม่ได้ สะดวกในการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บ จากนั้นผู้วิจัย
ได้ปรึกษาช่างที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อทำการสร้างนวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยฝึกยืนทรงตัวและฝึกเดิน สำหรับ
เด็กปฐมวัยที่มีปัญหาพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ล่าช้า เรื่องการยืนทรงตัวและการเดิน โดยเรียกชื่อว่า
“กระแตเวียนมหัศจรรย์ของหนู”
3. ผู้วิจัยนำนวัตกรรม “กระแตเวียนมหัศจรรย์ของหนู” ที่สร้างขึ้น ไปทดลองใช้กับเด็กปฐมวัยที่มี
ปัญหาพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ล่าช้า เรื่องการยืนทรงตัวและการเดิน จำนวน 3 ราย โดยเด็กปฐมวัย
ที่เข้าร่วมการทดลองต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองของเด็ก โดยลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอมเข้าร่วม
การทดลองใช้นวัตกรรม เด็กปฐมวัยที่เข้าร่วมการทดลองใช้นวัตกรรม จะได้รับการประเมินพัฒนาการ
ด้วยเครื่องมือประเมินพัฒนาการ Denver II ก่อนและหลังเข้าร่วมการทดลอง โดยมีการนัดฝึกกระตุ้น
พัฒนาการทั้งหมด 3 ครั้ง ห่างกัน ครั้งละ 2 สัปดาห์ ในแต่ละครั้งจะใช้เวลาฝึกครั้งละ 30 - 45 นาที
โดยแบ่งเป็นฝึกกระตุ้นพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่โดยใช้นวัตกรรม 3 รอบต่อ 1 ครั้งของการนัด สลับการกระตุ้น
พัฒนาการและส่งเสริมพัฒนาการด้านอื่น ๆ โดยผู้วิจัยใช้นวัตกรรม ฝึกยืนทรงตัวและฝึกเดิน รอบละ 10 นาที
สลับกับการฝึกกระตุ้นหรือส่งเสริมพัฒนาการด้านอื่น ๆ อีก 5 นาที ทำเช่นนี้จนครบการฝึกกระตุ้นพัฒนาการ
จนครบ 3 รอบต่อ 1 ครั้งของการนัด หลังสิ้นสุดการทดลองใช้นวัตกรรม จนครบนัดฝึก 3 ครั้ง ผู้วิจัยทำการ
ประเมินพัฒนาการด้วยเครื่องมือ Denver II ซ้ำ เพื่อประเมินความก้าวหน้าของพัฒนาการเด็กปฐมวัยและ
หลังสิ้นสุดการทดลองใช้นวัตกรรม ผู้วิจัยทำการประเมินความพึงพอใจของญาติผู้ป่วยเด็กปฐมวัย ด้วยแบบ
ประเมินความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรม (แบบประเมินความพึงพอใจ ผู้วิจัยสร้างขึ้นและผ่านความคิดเห็น
จากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ค่า IOC > 0.5 )
ผลการศึกษา
จากการศึกษาครั้งนี้ มีผู้ป่วยเด็กปฐมวัยเข้าร่วมการทดลองจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย ผู้ป่วยรายที่ 1
อายุ 1 ปี 7 เดือน 26 วัน DDx. GDD, Down syndrome ผลประเมิน Denver II ก่อนทดลอง Suspected
GM: get to sitting (9 mo) หลังทดลอง Suspected GM: walk well (1 yr 1 mo 15 d), ผู้ป่วยรายที่ 2 อายุ
1 ปี 5 เดือน 1 วัน DDx. CP, Delay GM, Preterm 31 wks. ผลประเมิน Denver II ก่อนทดลอง Suspected
GM: stand 2 sec. (11mo) หลังทดลอง Suspected GM: walk well (1yr 1mo 15 d), ผู้ป่วยรายที่ 3 อายุ
9 เดือน 5 วัน DDx. Delay GM, understimulation ผลประเมิน Denver II ก่อนทดลอง Suspected GM:
sit no support (6 mo) หลังทดลอง Normal GM: walk well (1 yr 1 mo 15 d), หลังสิ้นสุดการทดลอง
ผลการประเมินความพึงพอใจของญาติผู้ป่วยเด็กปฐมวัยที่ใช้รับบริการนวัตกรรม “กระแตเวียนมหัศจรรย์ของหนู”
มีค่าคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจ ร้อยละ 94.94

