Page 186 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 186

D18

                  อภิปรายผล
                         แนวทางปฏิบัติในการดูแลทารกแรกเกิดที่มีภาวะหายใจลำบากของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

                  ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถนำมาปฏิบัติในการดูแลทารกแรกเกิดตามมาตรฐาน
                  ได้อย่างมีคุณภาพ ช่วยลดอุบัติการณ์เสียชีวิตและ PPHN โดยพบอัตราเสียชีวิตของทารกแรกเกิดที่มีอายุน้อยกว่า
                  หรือเท่ากับ 28 วัน (NMR) 3.49 ต่อทารกแรกเกิดมีชีพ 1,000 ราย (เกณฑ์ชี้วัดกระทรวงสาธารณสุข ≤3.60
                  ต่อทารกแรกเกิดมีชีพ 1,000 ราย) ทารกแรกเกิดได้รับการวินิจฉัยภาวะ PPHN จำนวน 5 ราย (คิดเป็น

                  อุบัติการณ์ 4.37 ต่อทารกแรกเกิดมีชีพ 1,000 ราย) ซึ่งยังค่อนข้างสูงกว่าข้อมูลในประเทศไทยที่มีอุบัติการณ์

                  1.17 - 3.6 ต่อทารกแรกเกิดมีชีพ 1,000 ราย พบทารกที่เกิดจากมารดาไม่ได้ฝากครรภ์และใช้สารเสพติด
                  ตลอดการตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด 2 ราย และอีก 2 ราย เป็นทารกที่เกิดจากมารดาฝากครรภ์ที่คลินิกพิเศษ

                  ภายนอก ซึ่งไม่ได้รับการป้องกันตามแนวทางการป้องกันการเกิดภาวะการหายใจลำบากและภาวะ PPHN และ
                  เสียชีวิตจากภาวะ PPHN ทั้ง 2 ราย (คิดเป็นร้อยละ 40) ซึ่งลดลงกว่าเดิมร้อยละ 60 แต่พบมากกว่าการศึกษา

                  ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่พบเพียงร้อยละ 4 - 33 เท่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ยัง
                  ไม่มีการรักษาด้วย inhaled nitric oxide ที่มีการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพสูงในการขยายหลอดเลือดที่
                  ปอดโดยตรง และช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนให้ทารก ทำให้อัตราการเสียชีวิตของทารกลดลงได้ ซึ่งปัจจัยของ

                  การเกิดภาวะ PPHN สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ระยะก่อนคลอด การเฝ้าระวัง และการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
                  ที่จะช่วยลดการเกิดความรุนแรงของการเกิด PPHN และการเสียชีวิตของทารก

                  สรุปและข้อเสนอแนะ
                         แนวปฏิบัติในการดูแลทารกแรกเกิดที่มีภาวะหายใจลำบากของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ที่พัฒนา

                  ขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ผู้ปฏิบัติสื่อสารเข้าใจตรงกัน และปฏิบัติเป็นไป
                  ในทิศทางเดียวกัน ช่วยลดอุบัติการณ์และภาวะแทรกซ้อนที่สามารถป้องกันได้กับผู้ป่วยทารกแรกเกิดที่มีภาวะ
                  หายใจลำบากรุนแรงและเกิดภาวะความดันเลือดในปอดสูง (PPHN) และช่วยลดอุบัติการณ์ทารกเสียชีวิต
                  จากภาวะหายใจลำบากและ PPHN จึงควรพัฒนาแนวทางปฏิบัตินี้ให้เป็น Best Practice หรือนวัตกรรม

                  เพื่อใช้เป็นมาตรฐานด้านคลินิกบริการในการดูแลทารกแรกเกิดที่มีภาวะหายใจลำบาก และมีการเผยแพร่
                  ผลงานด้านการพัฒนาระบบการดูแลทารกแรกเกิดในระดับเครือข่าย เขต และระดับประเทศ เป็นทางเลือกและ
                  เป็นต้นแบบให้กับโรงพยาบาลที่มีความสนใจ และมีปัญหาด้านการดูแลทารกแรกเกิดที่มีปัญหาด้านการหายใจ
                  ลำบากและภาวะแรงดันเลือดในปอดสูง
   181   182   183   184   185   186   187   188   189   190   191