Page 420 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 420
I14
วิธีดำเนินการวิจัย (methodology)
ข้อมูลทั่วไป จะอยู่ในรูปแบบสถิติเชิงพรรณา รวมถึงข้อมูลการเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบอย่างน้อย
1 ครั้ง ระยะเวลาที่เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบตั้งแต่เริ่มล้างไตจนเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบครั้งแรก
การเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบซ้ำ การเปลี่ยนแผนการรักษาเป็นฟอกเลือดถาวร อัตราการเสียชีวิต
ระยะเวลาเฉลี่ยที่ล้างไตทางช่องท้อง และคุณภาพชีวิต โดยติดตามเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยนำข้อมูล
มาเปรียบเทียบโดยใช้ Chi square หรือ Fisher exact probability test สำหรับตัวแปรตัวเลือก และใช้สถิติ
t-test สำหรับตัวแปรต่อเนื่อง ข้อมูลที่ไม่มีการกระจายแบบปกติ คำนวณโดยใช้ Wilcoxon rank-sum test
และคำนวณเปรียบเทียบอัตราการเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ซึ่งมีหน่วยเป็น episodes/patient year
โดยใช้ Prentice, Williams and Peterson Total Time (PWP-TT) model
เกณฑ์การคัดเลือกอาสาสมัคร (Inclusion Criteria/Exclusion Criteria)
การคัดเลือกอาสาสมัครที่เข้าร่วมในโครงการวิจัย (Inclusion Criteria)
• ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องการการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้อง
การคัดเลือกอาสาสมัครออกจากโครงการวิจัย (Exclusion Criteria)
• ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีอื่น
• ผู้ป่วยอยู่ในโครงการล้างไตทางช่องท้องน้อยกว่า 45 วัน
เกณฑ์การถอนอาสาสมัครออกจากโครงการวิจัย (Withdrawn/Discontinuation Criteria)
• ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและผู้ดูแลที่รับการฝึกทักษะและสอบประเมินทักษะการล้างไตทางช่อง
ท้องผ่านแต่ไม่มาผ่าตัดฝังสายล้างไตทางช่องท้อง
เกณฑ์การยุติโครงการวิจัย (Termination Criteria)
• ผู้ป่วยเสียชีวิตหลังการผ่าตัดวางสายล้างไตก่อน 1 เดือน
ผลการศึกษา
กลุ่มตัวอย่าง มีอายุเฉลี่ยประมาณ 58 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีค่า eGFR เฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 ± 2.2 มล./
นาที/1.73 ตร.ม. ส่วนใหญ่เคยได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยการฟอกเลือด (64.8% และ 52.8% ในกลุ่มรูป
แบบเดิมและรูปแบบใหม่ ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบกันพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ฝึกสอนด้วยรูปแบบใหม่
เมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบเดิม มีสัดส่วนที่ทำการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองหลังวางสายลดลงอย่าง
มีนัยสำคัญทางสถิติ (63.6% และ 86.9% ตามลำดับ; p < 0.05) จากการศึกษาพบว่าการจัดการฝึกสอน
รูปแบบใหม่มีแนวโน้มทำให้อัตราการเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบลดลง จาก 0.31 เหลือ 0.23
episodes/patient year (HR 0.19; 95% CI: 0.03 - 1.18, p = 0.074) นอกจากนี้ การฝึกสอนรูปแบบใหม่
ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบลดลง มีระยะเวลาตั้งแต่เริ่มล้างไตทางช่องท้องจนเกิดภาวะเยื่อบุ
ช่องท้องอักเสบครั้งแรกยาวนานขึ้น และยังมีการเกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบซ้ำลดลง แต่ไม่มีความแตกต่าง
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่ม มีคะแนนคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับดี ทั้งทาง
ร่างกายและจิตใจ

