Page 416 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 416
I10
การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตอย่างเป็นองค์รวม ด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ
ในโรงพยาบาลนคราภิบาล กรุงเทพมหานคร
นางสาวพัทธนันท์ บูรณศักดิ์เสถียร
โรงพยาบาลนครภิบาล กรุงเทพมหานคร เขตสุขภาพที่ 13
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
โรคไตเรื้อรัง ถือเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขไทย เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่การดำเนินโรค
ก่อให้เกิดโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องได้รับการรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไต และผู้ป่วยมีความเสี่ยง
ที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไต และโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมาได้ โดยข้อมูลจากสมาคมโรคไต
แนวโน้มผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี พ.ศ. 2563 มีผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัด
ทดแทนไต ได้แก่ การฟอกไตผ่านหลอดเลือด (Hemodialysis), การฟอกไตทางหน้าท้อง (Peritoneal dialysis)
และการปลูกถ่ายไต (Kidney transplantation) เป็นจำนวน 170,774 คน คิดเป็นความชุก 2,580 คนต่อ
ประชาการ 1 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ต่อปีคิดเป็นความชุด 298.7 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ดังนั้น
เป้าหมายในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จึงมุ่งเน้นเรื่องการชะลอการเสื่อมของไต เพื่อลดความเสี่ยงในการ
เกิดไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย,ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย
โรคไตเสื่อมเรื้อรัง จากข้อมูลการบำบัดทดแทนไตในประเทศไทย พบว่าสาเหตุหลักเกิดจาก
โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ดังนั้นเป้าหมายการรักษาเพื่อการชะลอไตเสื่อมจึงมุ่งเน้นเรื่องการควบคุม
ปัจจัยเสี่ยงของโรคไต อันได้แก่ โรคเบาหวาน ร้อยละ 32.2 และความดันโลหิตสูง ร้อยละ 29.2 คือ การควมคุม
ระดับน้ำตาลสะสมให้ได้ตามเกณฑ์ คือ มีระดับHbA1C 6.5-8% และควบคุมระดับความดันโลหิตให้น้อยกว่า
130/80 มิลลิเมตรปรอท ตามแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย
รวมถึงการหลีกเลี่ยงยาและสมุนไพรที่เป็นปัจจัยเสี่ยง โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ แบบเป็นองค์รวม ได้แก่
อายุรแพทย์โรคไต, อายุรแพทย์, พยาบาลวิชาชีพ, เภสัชกร, นักโภชนาการ และนักกายภาพบำบัด มุ่งเน้นเรื่อง
การคัดกรองความเสี่ยงของโรคไตเสื่อมเรื้อรังในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง, ให้ความรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ให้สามารถดูแลตนเองได้ และการดูแลรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยเชื่อมโยงกับขุมชน ให้สามารถส่งต่อ
ผู้ป่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางได้
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อสามารถชะลอการเสื่อมของไตได้ โดยมีระดับการลดลงของ eGFR <5 ml/min/1.73m2
2. เพื่อควมคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคไตที่เป็นเบาหวาน ให้มีระดับ HbA1C 6.5-8%
3. ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคไตที่เป็นความดันโลหิตสูง ให้มีระดับความดันโลหิต
<130/80 mmHg

