Page 469 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 469

J17

                         1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาและความต้องการจ าเป็นในการพัฒนา

                  รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอประสาทตา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ประชาชนในเขตอ าเภอสุวรรณภูมิ
                  จ านวน 398 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่

                  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ค่าความต้องการจ าเป็นด้วยการวิเคราะห์ค่าดัชนี

                  PNI > 0.20
                         2. พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตา ผู้เชี่ยวชาญในการสนทนากลุ่มเพื่อยืนยันรูปแบบ

                  การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน จ านวน 10 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสนทนากลุ่ม และแบบประเมิน 4 ด้าน
                  เก็บรวบรวมข้อมูลภายหลังการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื อหาและวิเคราะห์

                  ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยสถิติค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                         3. ทดลองและประเมินผลการใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตา โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ
                  กลุ่มเป้าหมายในการประเมินผลการใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตา คือ ผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตา

                  ของโรงพยาบาลสุวรรณภูมิ จ านวน 30 คน เครื่องมือวิจัย คือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ
                  เชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบแบบ One Sample test


                  ผลการศึกษา
                         พบว่า 1) ประสิทธิภาพของดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของโรงพยาบาลสุวรรณภูมิ ในภาพรวมอยู่ใน

                  ระดับปานกลาง และความต้องการจ าเป็นในการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของ

                  โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ เมื่อพิจารณาค่า PNI >0.20 พบว่า มี 5 ประเด็นส าคัญ ดังนี  1. การเข้าถึงบริการมี
                  ค่า PNI  = .301 2. การสื่อสารและการให้ข้อมูล PNI = .265 3. การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเอง

                  PNI = .243 4. การให้ค าปรึกษา PNI = .235 และ 5. การติดตามและประเมินผลการดูแล PNI = .228

                  2) รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสุวรรณภูมิที่ถูกพัฒนาขึ น พบว่า
                  ประกอบด้วย 6 ขั นตอน ดังนี  1. การคัดกรอง (Screening) 2. การดูแลรักษา (Care and Treatment)

                  3. การติดตามผล (Follow-up) 4. การสร้างความร่วมมือในชุมชน 5. ระบบสนับสนุนการด าเนินงาน

                  6. การประเมินผลรูปแบบการดูแล และ 6. แนวทางการขยายผล โดยผลการประเมินทั ง 4 ด้าน พบว่า รูปแบบ
                  การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะเสี่ยงต่อเบาหวานขึ นจอตาของโรงพยาบาลสุวรรณภูมิที่ถูกพัฒนามี

                  ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ในการน าไปใช้ ความถูกต้อง และความเป็นประโยชน์ในระดับมาก 3) รูปแบบ
                  การดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสุวรรณภูมิที่ถูกพัฒนาขึ น พบว่า ความสามารถ

                  ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของโรงพยาบาลสุวรรณภูมิ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ

                  ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของโรงพยาบาลสุวรรณภูมิลดลงในระดับมากในขณะที่
                  ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของโรงพยาบาลสุวรรณภูมิในระดับมากเช่นกัน

                  และผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ผู้ป่วยมีความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานขึ นจอตาของ
                  โรงพยาบาลสุวรรณภูมิในระดับมากอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย


                  อภิปรายผล
                         ผลการวิจัยในครั งนี สะท้อนให้เห็นถึงความจ าเป็นในการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มี

                  ภาวะเสี่ยงต่อเบาหวานขึ นจอตา ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
   464   465   466   467   468   469   470   471   472   473   474