Page 473 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 473
J21
เตรียมผ่าตัดตาที่ตึกศัลยกรรมชาย จ านวน 15 เตียง หากเตียงเต็มให้ประสานตึกอื่น ๆ ที่ส ารองไว้ พร้อมทั งแจ้ง
จ านวนผู้ที่มารับบริการในกลุ่ม Line
6. ท าข้อมูลผ่าน Google Form เพื่อเป็นการสื่อสาร ยืนยัน ทวนสอบค าสั่งการรักษา และจ านวน
ผู้ป่วยที่มารับบริการ ระหว่างแพทย์ พยาบาลประจ าตึก และทีมผ่าตัด
ผลการศึกษา
จากการด าเนินงานในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2567 มียอดผ่าตัดผู้ป่วยต้อกระจก
ทั งปีงบประมาณ จ านวน 412 ราย 736 ราย และ 783 ราย ตามล าดับ อีกทั งระยะเวลาการรอคอยการผ่าตัดนาน
ไม่ผ่านเกณฑ์อีกด้วย แต่เมื่อน าเอาแนวทางการพัฒนานี มาใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เริ่มด าเนินการตั งแต่
วันที่ 1 ต.ค. 2567 - 31 มี.ค. 2568 ซึ่งผลการด าเนินงานในระยะสองไตรมาสของปีงบประมาณนี นั น มีผู้ป่วยที่
ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคต้อกระจก จ านวน 1,206 ราย และเข้าเกณฑ์ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก จ านวน 698 ราย
คิดเป็นร้อยละ 58 ของจ านวนผู้ป่วยทั งหมด เป็นผู้ป่วยต้อกระจกชนิดบอด (Blinding Cataract) 391 คน
มีระยะเวลาการรอคอยตั งแต่วันที่ได้รับการวินิจฉัยจนถึงวันที่รับการผ่าตัดภายใน 30 วัน คิดเป็นร้อยละ 100
ผู้ป่วยต้อกระจกชนิดเรือนลาง (Low Vision) จ านวน 307 คน มีระยะเวลาการรอคอยตั งแต่วันที่ได้รับ
การวินิจฉัยจนถึงวันที่รับการผ่าตัดภายใน 90 วัน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถผ่าตัดต้อกระจกได้ทั งหมด
จ านวน 698 คน คิดเป็นร้อยละ 116 ซึ่งเกินกว่าจากเป้าหมายที่ตั งไว้ และมีจ านวนที่เพิ่มขึ นมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา
อภิปรายผล
จากผลการด าเนินงานตลอด 3 ปีที่ผ่านมา การนัดผู้ป่วยมาผ่าตัด ที่ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ท าให้เกิด
ปัญหาเรื่องผู้ป่วยได้รับการรักษาล่าช้า ท าให้ผู้ป่วยบางรายอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร เมื่อได้ก าหนด
แนวทางการปฏิบัติขึ น และได้ก าหนดเป้าหมายไว้ ก็ได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั งไว้ได้ทุกข้อ พบว่าแนวทาง
การพัฒนางานนี ท าให้เห็นปัญหาและแก้ปัญหาได้ตรงจุด สามารถท าให้ผู้ป่วยได้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้มากขึ น
กว่าทุกปี และอยู่ในกรอบระยะเวลาที่ก าหนด ลดความรุนแรงของโรค สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้โดยตรง
โดยได้รับความร่วมมือจากทีมสหวิชาชีพที่อยู่ในโรงพยาบาล และภาคีเครือข่ายจากชุมชน ที่เข้ามามีส่วนร่วม
ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี อีกทั งยังสร้างศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคต้อกระจกให้กับพยาบาล
ในโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั งยังลดข้อขัดแย้งที่เกิดขึ น
จากการปฏิบัติงานในระหว่างหน่วยงานได้
สรุปและข้อเสนอแนะ
จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ท าให้ทราบว่า การปฏิบัติงานโดยไม่มีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนนั น
ท าให้เกิดปัญหา ส่งผลโดยตรงต่อผู้ป่วย ผู้ป่วยขาดโอกาสและการเข้าถึงในการรักษา เมื่อได้มีการน าเอาปัญหา
ต่าง ๆ จากการปฏิบัติมาแก้ไขหาข้อสรุป และก าหนดแนวทางปฏิบัติขึ น ท าให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ น ผู้ป่วยได้รับ
การรักษาได้ทันท่วงทีตามกรอบระยะเวลาที่ก าหนด ลดความรุนแรงของโรค มีการใช้ชีวิตประจ าวันอย่าง
มีความสุข ข้อเสนอแนะในการศึกษาวิจัยครั งต่อไป ควรน าเอาแนวทางการพัฒนานี ไปเป็นต้นแบบในการศึกษา
พัฒนาในโรงพยาบาลที่มีหน่วยจักษุ แต่ยังไม่มีตึกผู้ป่วยในรองรับผู้ป่วยในจักษุ และเกิดปัญหาผู้ป่วย
มีระยะเวลาการรอคอยการผ่าตัดนานเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ก าหนดไว้ ต่อไป

