Page 512 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 512
K35
อภิปรายผล
โปรแกรมสร้างเสริมพลังอำนาจและแนวคิด 3อ2ส1นฟยช ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
จนระดับน้ำตาลดีขึ้นและบางส่วนถึงกับลด/หยุดการใช้ยา สอดคล้องกับงานวิจัยของ Anderson & Funnell
(2020) ที่ชี้ว่าการเพิ่มพลังอำนาจในการตัดสินใจและดูแลตนเองเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการโรคเรื้อรัง
เช่นเดียวกับ Shrivastava et al. (2020) ซึ่งเน้นว่าการขาดความรู้และแรงจูงใจขัดขวางการรักษาเบาหวาน
ให้ได้ผล ระยะติดตามทุก 2-4 สัปดาห์ ช่วยเสริมกำลังใจและความต่อเนื่องในการปฏิบัติตามโปรแกรม อีกทั้ง
การมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนลดอุปสรรคทางสังคมและเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ดียิ่งขึ้น
สรุปและข้อเสนอแนะ
1. การติดตามระยะยาว: ควรติดตามผลหลังโครงการ 6-12 เดือน เพื่อประเมินความยั่งยืนของ
การลด HbA1C และการหยุดยา
2. การขยายผลสู่ชุมชนอื่น: ควรประยุกต์โปรแกรมในรพ.สต.หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่มีบริบทใกล้เคียง
เพื่อเพิ่มโอกาสในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานอย่างทั่วถึง
3. การพัฒนา e-Health: ควรผสานเทคโนโลยี (เช่น แอปพลิเคชันสุขภาพ) ในการติดตามพฤติกรรม
ทางไกล เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดภาระค่าเดินทางของผู้ป่วย
4. งานวิจัยเพิ่มเติม: ควรศึกษาการเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม และเก็บข้อมูลผลลัพธ์ต่าง ๆ
เช่น คุณภาพชีวิตหรือค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการวางนโยบายในระดับกว้าง
เอกสารอ้างอิง
Anderson, R. M., & Funnell, M. M. (2020). Patient empowerment: Myths and
misconceptions. Patient Education and Counseling, 103(5), 866-871.
International Diabetes Federation. (2021). IDF Diabetes Atlas (10th ed.). Brussels, Belgium:
International Diabetes Federation.
Shrivastava, S. R., Shrivastava, P. S., & Ramasamy, J. (2020). Role of self-care in management of
diabetes mellitus. Journal of Diabetes Research, 2020, 1-9.
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักระบาดวิทยา

