Page 511 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 511
K34
วัตถุประสงค์การศึกษา
1. เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมพลังอำนาจและแนวคิด 3อ2ส1นฟยช ต่อระดับน้ำตาลสะสม
(HbA1C) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
2. เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หลังเข้าร่วมโปรแกรม
3. เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโปรแกรมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วย
วิธีการศึกษา
ดำเนินการโดยการประชุมวางแผนกับทีมสุขภาพและภาคีเครือข่ายในชุมชน แล้วคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง
แบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ อายุ ≥ 35 ปี มีค่า HbA1C
≥ 7.5% ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และสมัครใจเข้าร่วมตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้เข้าร่วมได้รับการประเมิน
สุขภาพเบื้องต้น และเข้าร่วมกิจกรรมในโปรแกรม 12 สัปดาห์ ซึ่งประกอบด้วย 5 ฐานกิจกรรมซึ่งประยุกต์
จากหลักสูตรโรงเรียนเบาหวานวิทยา อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปี 2567 ได้แก่ 1) การรู้จักตนเอง
และสุขภาพ, 2) การวางแผนโภชนาการแบบคาร์บต่ำโปรตีนพอเพียง, 3) การกินแบบอดเป็นช่วง, 4) การออกกำลังกาย
แบบองค์รวม และ 5) การเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเอง พร้อมเซ็นสัญญาใจรับผิดชอบต่อสุขภาพ
การประเมินผลใช้ทั้งการวัดระดับ HbA1C ก่อนและหลังโครงการ แบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพและ
การวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย (Body Composition)
ผลการศึกษา
ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดมีจำนวน 17 ราย ประกอบด้วยเพศชาย 2 รายและ
เพศหญิง 15 ราย โดยทุกคนได้รับการให้ความรู้และเข้าร่วมกิจกรรมตามแนวทางของ DM Remission Clinic
ครบถ้วน ภายหลังการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 17 รายสามารถปฏิบัติ
ตามแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ทั้งหมด โดยในจำนวนดังกล่าวมีผู้ป่วย 14 ราย (คิดเป็นร้อยละ
82.3) ที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามแนวคิด 3อ2ส1นฟยช ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พบว่า
ผู้ป่วย 10 ราย (ร้อยละ 58.8) สามารถควบคุมการบริโภคคาร์โบไฮเดรตและเพิ่มสัดส่วนโปรตีน
ได้อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของทีมสหวิชาชีพ อันส่งผลให้การจัดการระดับน้ำตาลในเลือด
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผู้ป่วย 4 ราย (ร้อยละ 23.5) ที่สามารถหยุดใช้ยา
Glipizide ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่พบภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรืออาการข้างเคียงอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง
ศักยภาพของโปรแกรมในด้านการลดการพึ่งพาการใช้ยา สำหรับผู้ป่วยกลุ่มที่ยังคงใช้ยาอยู่ มีแนวโน้ม
ในการปรับลดขนาดยาลงตามภาวะสุขภาพและตามแผนการประเมินโดยแพทย์ผู้ดูแล นอกจากนี้หลังการ
เข้าร่วมโครงการ ทีมสหวิชาชีพและอาสาสมัครสาธารณสุขได้ติดตามภาวะสุขภาพและการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย
อย่างใกล้ชิดทุก 2 - 4 สัปดาห์ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการดูแลในระดับสูงถึงร้อยละ 88.2
และมีเจตคติที่ดีในการดำรงพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง นับเป็นแนวโน้มที่ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้
ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างยั่งยืนต่อไปในระยะยาว

