Page 510 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 510

K33

                         ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ นำไปสู่การเกิดภาวะแทรกช้อน เช่น

                  โรคไต โรคระบบประสาททำงานบกพร่อง จอประสาทตาเสื่อมโรคหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ
                  ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต  ดังนั้น การคุมค่าระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจึงเป็นเป้าหมายการรักษา

                  ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเพื่อชะลอการเกิดภาวะแทรกช้อนในระยะยาวผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน

                  สามารถคุมค่าระดับน้ำตาลในเลือดได้ต้องมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมการดูแลตนเอง โดยการรับประทาน
                  อาหารอย่างมีสติ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

                         แม้ว่าจะมีแนวทางการรักษาโรคเบาหวานที่ได้มาตรฐานทั้งทางเภสัชวิทยาและการปรับเปลี่ยน

                  พฤติกรรม แต่พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากยังคงไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้
                  ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease; CKD),

                  โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease; CVD), โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), และโรคแทรกซ้อน
                  ทางระบบประสาท (Diabetic Neuropathy) ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มอัตราการเสียชีวิต

                  ของผู้ป่วย แต่ยังสร้างภาระทางเศรษฐกิจให้แก่ระบบสุขภาพและสังคม
                         แนวคิดการสร้างเสริมพลังอำนาจ (Empowerment Approach) ได้รับการยอมรับว่าเป็นแนวทาง

                  ที่ช่วยส่งเสริมความสามารถของผู้ป่วยในการจัดการตนเอง เป็นกระบวนการช่วยเหลือบุคคลในการควบคุม

                  ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ซึ่งทำให้บุคคลมีพลัง มีความผาสุขและตระหนัก
                  ในศักยภาพของตนเองในการรักษาสุขภาพ การเสริมสร้างพลังอำนาจจะช่วยให้บุคคลเข้าถึง

                  แหล่งประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งในส่วนบุคคลและสังคมมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสุขภาพของตนเอง ครอบครัว

                  และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การค้นพบสถานการณ์จริง (Discovering
                  Reality) 2) การสะท้อนสภาพปัญหาอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Reflection) 3) การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติ

                  ที่เหมาะสมกับตนเอง (Taking Charge) และ 4) การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ (Holding on)

                  (Anderson & Funnell, 2020)
                         นอกจากนี้ แนวคิด "3อ2ส1นฟยช" ซึ่งหมายถึง " 3อ : อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย, 2ส : ไม่ยุ่ง

                  เกี่ยวสิ่งเสพติด อยู่ในสังคมที่ดี, ฟ : มีสุขภาพฟันและช่องปากที่ดี, น : นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง,
                  ย : การใช้ยาลดระดับน้ำตาลที่เหมาะสมและถูกต้อง จนกระทั่งมีการปรับลด หรือหยุดยารักษาโรคเบาหวาน,

                  ช : การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชน โดยเน้น 4 องค์กรหลัก ได้แก่ ท้องที่ (ผู้นำชุมชน) ท้องถิ่น (อบต.)

                  ภาครัฐ (รพ.สต.) ภาคประชาชน (อสม./ประชาชนทั่วไป)" เป็นแนวทางส่งเสริมสุขภาพที่ได้รับการพัฒนาให้
                  เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ตำบลหนองหลวง โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อลด

                  ความเสี่ยงและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                         ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีความสำคัญในการประเมินผลของโปรแกรมสร้างเสริมพลังอำนาจและแนวคิด

                  3อ2ส1นฟยช ต่อระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้

                  ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
   505   506   507   508   509   510   511   512   513   514   515