Page 509 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 509
K32
ผลของการใช้โปรแกรมสร้างเสริมพลังอำนาจและแนวคิด 3อ2ส1นฟยช
ต่อระดับน้ำตาลสะสมของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
ณัฐวัฒน์ ลาวัดพรม วิจิตร ใจดี และคณะ
รพ.สต.หนองหลวง จ.หนองคาย เขตสุขภาพที่ 8
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes Mellitus; T2DM) เป็นปัญหาทางสุขภาพที่สำคัญ
ในระดับโลกและระดับประเทศ จากข้อมูล IDF Diabetes Atlas พบว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวาน
537 ล้านคน เสียชีวิต มากกว่า 4 ล้านคนต่อปี คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น
643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มขึ้นมากถึง 783 ล้านคน (International Diabetes Federation, 2021)
โดยในประเทศไทย จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 (ปี 2563) พบว่า
ความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 8.9 ในปี 2557
เป็นร้อยละ 9.5 ในปี 2563 และอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (สำนักงานสำรวจ
สุขภาพประชาชนไทย, 2563) ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้มีความเสี่ยง
ต่อภาวะแทรกซ้อนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือดและ
ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและเพิ่มภาระทางเศรษฐกิจ
ต่อระบบสุขภาพ (International Diabetes Federation, 2021)
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ พฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วย เช่น การบริโภค
อาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาอย่างต่อเนื่อง และการจัดการความเครียด อย่างไรก็ตาม หลักฐาน
ทางวิชาการชี้ให้เห็นว่าการขาดความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน การขาดแรงจูงใจและการขาดทักษะการดูแล
ตนเองเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(Shrivastava, Shrivastava, & Ramasamy, 2020)
จากข้อมูล Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 พบว่า มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่
เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปีและมีผู้ป่วยสะสม 3.4 ล้านคน และจากข้อมูลสถานการณ์โรคเบาหวานย้อนหลัง 5 ปี
ในจังหวัดหนองคาย ปี 2563 - 2567 มีอัตราความชุกของผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ที่ร้อยละ 7.41, 7.69, 8.02,
8.38 และ 9.34 ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลอัตราความชุกของผู้ป่วยโรคเบาหวานเขตในโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหลวง อำเภอเฝ้าไร่ ปี 2563 - 2567 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีอัตรา
ความชุกอยู่ที่ร้อยละ 7.60, 6.98, 7.30, 8.29 และ 10.85 ตามลำดับ อีกทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 60
ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ และอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
จากโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี (Health Data Center จังหวัดหนองคาย, 2567)

