Page 533 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 533
K56
2. ผล HbA1C≤7 และ HbA1C≤7.5 ในกลุ่มอายุน้อยกว่า 65 ปี
กลุ่มอายุน้อยกว่า 65 ปี ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสม ได้HbA1C≤7 และ HbA1C≤7.5
พบว่า ได้น้อยกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ทั้ง 3 ปี แต่ก็พบว่าผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมได้
HbA1C≤7 และ HbA1C≤7.5 มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี
3. จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการตรวจ HbA1c อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี
พบว่า ได้มากกว่าเกณฑ์เป้าหมายทั้ง 3 ปี
ผลเชิงคุณภาพต่อผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน หน่วยงานและระบบบริการสาธารณสุข
1. ลด visit ในระดับปฐมภูมิ จากรายละ 12 ครั้ง/คน/ปี เหลือ 4 ครั้ง/คน/ปี
2. มีรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จากเชิงรับสู่เชิงรุกโดยทีมสหวิชาชีพแบบเสริมพลังอำนาจ
3. ลดค่าใช้จ่ายทั้งของผู้ป่วย ครอบครัว หน่วยงานและระบบสาธารณสุขของประเทศ ลดค่าหัตถการ
จาก 960 บาท/คน/ปี เหลือ 320 บาท/คน/ปี ผู้ป่วยและญาติ สามารถลดค่าใช้จ่าย ลดค่าเดินทาง ลดเวลา
มาโรงพยาบาล สามารถทำงานได้มากขึ้น เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว สามารถลดค่าใช้จ่ายของระบบ
บริการสาธารณสุขครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ สู่ตติยภูมิ
4. ผู้ป่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ลดโรคหลอดเลือดสมอง
ในปี 2565 มีจำนวน 2 ราย ปี 2566-2568 เหลือ 0 รายติดต่อกัน 3 ปี
อภิปรายผล
1. ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี สามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมได้ดีกว่า คาดว่าปัจจัยเสริมคือ
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ออกไปทำงาน มีความตั้งใจและมีส่วนร่วมในการดำเนินการของโรงเรียนดีเอ็ม
ทุกขั้นตอน เข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ ได้รับการเสริมพลังจากเพื่อน/ทีมสหวิชาชีพ มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
สม่ำเสมอ
2. ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี ควบคุมระดับน้ำตาลสะสมได้น้อยกว่าเกณฑ์ เนื่องจากเป็นวัยทำงาน
(รับจ้าง, การเกษตร) ต้องรีบไปประกอบอาชีพ จึงไม่ได้เข้าร่วมโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ไม่สามารถติดตาม
เยี่ยมบ้านในเวลาราชการได้ และในบางรายไม่สามารถติดตามทางโทรศัพท์ได้
3. ด้านทีมสหวิชาชีพ: มีการกำหนดหน้าที่ชัดเจน ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วม
ของทีมสหวิชาชีพ
สรุปและข้อเสนอแนะ
สรุป จากการดำเนินงานการดูแลผู้ป่วยเบาหวานจากเชิงรับสู่เชิงรุกโดยทีมสหวิชาชีพ ผ่านการ
ดำเนินงาน “โรงเรียนดีเอ็มนาเคียน” พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดี คือ มีจำนวนผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี สามารถ
ควบคุมระดับน้ำตาลสะสมได้ดีผ่านเกณฑ์ตามตัวชี้วัด ส่วนผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี ยังไม่ผ่านเกณฑ์
แต่ก็พบว่าผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมได้ตามเกณฑ์มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

