Page 769 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 769
Q2
4. เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและลดอัตราการเสียชีวิตแบบไม่คาดคิดในหอผู้ป่วยอายุรกรรม
และหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม
วิธีการศึกษา
1. จัดตั้งกรรมการ RRS รพ.นครพิงค์และของกลุ่มงานอายุรกรรม เพื่อจัดทำแบบประเมิน
NEWS2 ที่พัฒนามาจาก NEWS และ MEW และจัดทำ Flow การแจ้งเตือน/รายงานภาวะวิกฤติในหอผู้ป่วยสามัญ
อายุรกรรม
2. นำระบบการแจ้งเตือนเข้าที่ประชุม ชี้แจงวิธีการใช้แบบประเมิน NEWS2 และการรายงาน
3. ประกาศใช้แบบประเมิน NEWS2 และการปฏิบัติตาม Flow การแจ้งเตือน/รายงานภาวะวิกฤติ
ทั้งกลุ่มงานอายุรกรรม
4. มีการใช้เครื่องมือNEWS2 ระบบแจ้งเตือนภาวะวิกฤตร่วมกับนิยาม Unplanned CPR
5. ติดตามการดำเนินงานการใช้ระบบแจ้งเตือนภาวะวิกฤต NEWS2 และ Unplanned CPR ทุกเดือน
ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาในการประชุม MM Conference
6. นำแนวทางการพัฒนา ประเด็นปัญหามาแก้ไข/ปรับใช้ร่วมกัน
ผลการศึกษา
จากการศึกษาพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยหลังใช้ระบบแจ้งเตือนภาวะวิกฤติ จะมีค่ามัธยฐานของอัตราการทำการ
กู้ชีพในหอผู้ป่วยสามัญอายุรกรรมน้อยกว่ากลุ่มผู้ป่วยก่อนใช้ระบบแจ้งเตือนภาวะวิกฤติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(ร้อยละ 1.34 เทียบกับ ร้อยละ 0.1 , P=0.03) และอัตราการกู้ชีพแบบไม่คาดคิด(Unplan CPR Rate) มีแนวโน้ม
ต่ำกว่าในกลุ่มผู้ป่วยหลังใช้ระบบแจ้งเตือนภาวะวิกฤติอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 0.22 เทียบกับ ร้อยละ
0.1 , P=0.09) อัตราสำเร็จในการฟื้นคืนชีพ (ROSC rate) ในผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มไม่ต่างกัน (ร้อยละ 52.8 เทียบกับ
ร้อยละ 43.7 , P=0.03) และ อัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยหลังใช้ระบบแจ้งเตือนมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับ
ก่อนใช้ระบบแจ้งเตือนแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 7.5 เทียบกับ ร้อยละ 6.6 , P=0.3)
ภาพที่ 1และ2 : อัตราการกู้ชีพในหอผู้ป่วยสามัญอายุรกรรม เปรียบเทียบก่อน-หลังการใช้ระบบการแจ้งเตือน
(Before & After of Rapid Response System)

