Page 964 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 964
U14
อภิปรายผล
จากการศึกษาพบว่า แนวทางการดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ทางเดินปัสสาวะที่พัฒนาขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความรู้หลังได้รับการให้ความรู้เรื่องการดูแลขณะคาสายสวน
ปัสสาวะ ผ่านเกณฑ์ 80 % อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีทักษะในการดูแลสายสวนปัสสาวะถูกต้อง
ผ่านเกณฑ์ที่ร้อยละ 80 และอัตราผู้ป่วย Admit ด้วยการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่คาสายสวน
ปัสสาวะกลับบ้านหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล = 0 ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจาก ผู้ป่วยและญาติมีความรู้ ได้ทดลอง
การดูแลด้วยตนเองตามแนวทางที่พัฒนาขึ้น ร่วมกับการมีแผ่นพับให้ทบทวน จึงทำให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเอง
ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราการ Re - admit ใน 28 วัน จากการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่
คาสายสวนปัสสาวะกลับบ้านหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล เป็น 0 % และผู้ป่วยมีความพึงพอใจ
ร้อยละ 80 ในการได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติ สอดคล้องกับการศึกษาของ ทิพวดี สีสุข (2567)
ที่ทำการศึกษาเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการใส่คาสายสวนปัสสาวะที่บ้าน เพื่อป้องกันการ
ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะกลับบ้านรายเก่า
และรายใหม่ ในเดือนกันยายน 2566 จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม
แบบสัมภาษณ์ในการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ประเมินผลโดยเปรียบเทียบผลการ
ประเมินการปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและการดูแลผู้ป่วยคาสายสวนปัสสาวะ ก่อนและหลัง
ผลการศึกษาพบว่า สภาพการณ์ผู้ดูแลต้องการให้สนับสนุนอุปกรณ์ ร้อยละ 88 ความรู้ ร้อยละ 60
ผู้ป่วยในความดูแลเคยมีประวัติติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ ร้อยละ 48 ปัจจัยที่มีผลต่อการติดเชื้อ
คือ อายุ กลุ่มโรค NCD ระยะเวลาในการคาสายสวน รูปแบบการดูแลผู้ป่วยคาสายสวนปัสสาวะที่บ้าน
คือ (CCUTI model) ประกอบด้วย C = caregiver ผู้ดูแล C = continue ความต่อเนื่อง U = unity
ความร่วมมือ T = training ฝึกอบรมผู้ดูแล I = instrument เครื่องมือ หลังนำรูปแบบไปทดลองใช้
เมื่อติดตามผู้ป่วยครบ 6 เดือน พบว่า การปฏิบัติป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและการดูแลผู้ป่วย
คาสายสวนปัสสาวะก่อนร้อยละ 37.42 หลังได้ร้อยละ 94.72 อุบัติการณ์ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะลดลง
ร้อยละ 26.27 ดังนั้น ควรศึกษาในแต่ละกลุ่มที่ปัจจัยเสี่ยงใกล้เคียงกันและทำแบบสอบถามความพึงพอใจ
ต่อรูปแบบ
สรุปและข้อเสนอแนะ
สรุป
แนวทางการดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ประกอบด้วย
1. การจัดการความรู้สำหรับญาติและผู้ป่วยในการดูแลขณะคาสายสวนปัสสาวะ
2. นวัตกรรมแผ่นพับ การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่คาสายสวนปัสสาวะ
3. การฝึกทักษะการดูแลขณะคาสายสวนปัสสาวะที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการติดเชื้อ
ในทางเดินปัสสาวะได้อย่างเหมาะสม
ข้อเสนอแนะ
พัฒนาแนวทางการดูแลร่วมกับรพ.สต เรื่องการเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะที่บ้านเมื่อครบเปลี่ยนในผู้ป่วย
ติดเตียง

