Page 963 - TM_ปก E-Book SP Sharing 2025
P. 963
U13
2. ขั้นที่ 2 ขั้นยกร่างแนวทางการดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ทางเดินปัสสาวะ ในขั้นตอนนี้ผู้วิจัยนำข้อมูลจาก ขั้นตอนที่ 1 มายกร่างเป็นแนวทางการดูแลผู้ป่วย
ใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินแล้วนำมาหา
ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence, IOC.) ของเนื้อหาและรับรองโครงร่าง
แนวทาง ฯ
3. ขั้นที่ 3 การประเมินรูปแนวทางการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้ป่วย HIV โดยนำร่าง
1. แนวทางการดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ที่ผ่านการรับรองแล้ว
มาทดลองใช้และประเมินประสิทธิผล โดยดำเนินการ ดังนี้
1. ประชุมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ให้แก่บุคลากรภายในหอผู้ป่วย
2. ประเมินความรู้ผู้ป่วยและญาติในการดูแลสายสวนปัสสาวะเพื่อค้นหาสาเหตุของการติดเชื้อ
ระบบทางเดินปัสสาวะจากการใส่สายสวนปัสสาวะ
3. ให้ความรู้เรื่องสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะจากการใส่สายสวนปัสสาวะ
สอน สาธิตวิธีการแขวนถุงปัสสาวะ การMilking สายสวนปัสสาวะ พร้อมแจกแผ่นพับคำแนะนำเพื่อนำไป
ทบทวน
4. ทดลองใช้ในผู้ป่วยตามระยะเวลาที่นอนโรงพยาบาล
5. ประเมินความรู้ซ้ำหลังให้คำแนะนำ
6. ทวนสอบซ้ำก่อนจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้านและโทรติดตามผล
7. สรุปผลและวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
ผลการศึกษา
1. แนวทางการดูแลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ประกอบด้วย
1) การจัดการความรู้สำหรับญาติและผู้ป่วยในการดูแลขณะคาสายสวนปัสสาวะ 2) นวัตกรรมแผ่นพับ
การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่คาสายสวนปัสสาวะ 3) การฝึกทักษะการดูแลขณะคาสายสวนปัสสาวะ
2. ผู้ป่วยมีความรู้หลังได้รับการให้ความรู้เรื่องการดูแลขณะคาสายสวนปัสสาวะ ผ่านเกณฑ์ 80 %
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
3. ผู้ป่วยมีทักษะในการดูแลสายสวนปัสสาวะถูกต้องผ่านเกณฑ์ที่ร้อยละ 80
4. อัตราผู้ป่วย Admit ด้วยการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะกลับบ้าน
หลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล = 0
5. อัตราการ Re - admit ใน 28 วัน จากการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่คาสายสวน
ปัสสาวะกลับบ้านหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล เป็น 0 %
6. ผู้ป่วยมีความพึงพอใจร้อยละ 80 ในการได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติ

