Page 34 - Best Practice Poster 2024 (อัพเดต)
P. 34
A10
การพัฒนาระบบในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่ม NOACs
โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
เภสัชกรหญิงภารัตน์ วัฒนสมบัติ
โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย เขตสุขภาพที่ 1
ประเภท วิชาการ
ความสำคัญของปัญหาวิจัย
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เป็นหนึ่งในการรักษาหลักที่สามารถป้องกันและรักษาการเกิดภาวะ
หลอดเลือดสมองอุดตัน หรืออัมพฤกต์/ อัมพาต (Ischemic stroke) ในผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือลิ่มเลือดอุดตัน
ในระบบอื่นของร่างกาย เช่น ปอด (Pulmonary embolism; PE) ซึ่งเป็นโรคหรือภาวะที่ส่งผลกระทบ
ต่อทางด้านสังคม และเศรษฐกิจตามมา ยาวาร์ฟาริน (warfarin) เป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ชนิดรับประทานที่มีใช้กันมานาน เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านวิตามินเค (vitamin K antagonist oral
anticoagulants: VKAs) แต่ด้วยข้อจำกัดของยาวาร์ฟารินจึงเกิดการพัฒนายากลุ่มใหม่ขึ้น โดยยากลุ่มนี้เป็นยา
ที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ต้านวิตามินเค (non-vitamin K antagonist oral anticoagulants; NOACs) และมีข้อดี
ที่เหนือกว่ายาวาร์ฟารินเช่น สามารถทำนายฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาดีกว่า ออกฤทธิ์เร็วและหมดฤทธิ์เร็วกว่า
ไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดผู้ป่วยบ่อยๆ เพื่อปรับขนาดยาตามค่าการแข็งตัวของเลือด ขนาดที่ให้ผู้ป่วยรับประทาน
ในแต่ละวันเท่ากัน (fixed dose) และมีปัญหาอันตรกิริยากับยาอื่นหรือภาวะร่างกายค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ
ยาวาร์ฟารินเป็นต้น และในปัจจุบันมีข้อมูลการศึกษาที่ยืนยันว่า ยา NOACs มีประสิทธิภาพในการป้องกันการ
เกิด stroke และ systemic embolism ได้เทียบเท่าหรือดีกว่ายาวาร์ฟาริน และยา NOACs บางชนิดพบว่าทำ
ให้เกิด major bleeding เช่นเลือดออกในสมองน้อยกว่ายาวาร์ฟาริน แต่อย่างไรก็ตามยากลุ่ม NOACs อาจมี
ข้อจำกัด เช่น ราคายังค่อนข้างสูง การเข้าถึงยากลุ่มนี้ยังคงจำกัดในกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถชำระเงินค่ายาได้เอง
หรือกลุ่มผู้ป่วยสิทธิการรักษาเบิกได้ หรือข้าราชการ อีกทั้งการใช้ยา NOACs ในผู้ป่วย AF ที่มีการทำงานของ
ลิ้นหัวใจผิดปกติ (rheumatic mitral valve disease) และ/หรือผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม (mechanical
heart valve prosthesis) รวมถึงผู้ป่วยไตบกพร่องรุนแรงหรือผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตยังคงเป็นข้อจำกัด
และห้ามใช้
ปัจจุบันแนวโน้มการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่ม NOACs มีเพิ่มขึ้น และมีบทบาทมาก
ในการนำมาใช้แทนยารุ่นเก่าอย่างยาวาร์ฟาริน อย่างไรก็ตามยากลุ่ม NOACs ยังคงเป็นยากลุ่มที่มีฤทธิ์ต้านการ
แข็งตัวของเลือด ซึ่งตามนิยามของ Institute of Safe Medication Practices (ISMP) ยังคงจัดเป็นยา
ที่มีความเสี่ยงสูง (high alert medications) เนื่องจากอาจมีอันตรายซึ่งอาจร้ายแรงได้เมื่อใช้ทางคลินิก
ด้วยปัญหาที่คาดว่าจะเกิดจากยากลุ่ม NOACs ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาที่น่าจะป้องกันได้ (Preventable
adverse drug events) จึงมีแนวคิดที่จะศึกษา และพัฒนาระบบในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัว
ของเลือดกลุ่ม NOACs ในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา
ป้องกันปัญหาการสั่งใช้ยา NOACs ที่ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยทั้งในแง่ข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยที่มีข้อห้าม การสั่งใช้ยา
ในผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสมกับค่าการทำงานของไต การสั่งใช้ยาที่มีอันตรกิริยากับยา รวมถึงป้องกันความเสี่ยง
ต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาหากผู้ป่วยต้องทำหัตถการบางอย่าง เช่นถอนฟัน ผ่าตัด หรือสลายนิ่ว
เป็นต้น