Page 132 - Best Practice Oral Presentation SP Sharing2025
P. 132

C12

                                   พื้นที่ร่วมใจ ระบบบริการการแพทย์ฉับไว ใส่ใจผู้รับบริการ


                                                          นางรัชนีวรรณ อังกะสิทธิ์, นางกาญจนา นามจันทร์ และคณะ

                                                                   โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เขตสุขภาพที่ 1
                                                                                                        ประเภท วิชาการ



                  ความสำคัญของปัญหาวิจัย

                         องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รายงานความปลอดภัยของผู้ป่วยทั่วโลกประจำปี 2567 ซึ่งให้ข้อมูล
                  เชิงลึกเกี่ยวกับสถานะความปลอดภัยของผู้ป่วยทั่วโลก พบว่า ผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 10 ราย ได้รับอันตราย

                  จากการรักษาพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3 ล้านรายต่อปีเนื่องจากการดูแลที่ไม่ปลอดภัย ในประเทศที่มี

                  รายได้น้อยถึงปานกลาง มีผู้เสียชีวิตจากการดูแลที่ไม่ปลอดภัยถึง 4 ใน 100 ราย อันตรายต่อผู้ป่วยอาจทำให้
                  การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลดลง 0.7% ต่อปี ความล่าช้าในรักษาพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินจะไม่เกิดผลดี

                  ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติจะเสียโอกาสในการรอดชีวิต และการลำเลียงขนย้ายผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดอันตราย
                  ซ้ำเติมให้แก่ผู้ป่วย รวมถึงการนำส่งโรงพยาบาลที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดผลเสียแก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

                  ในประเทศไทยตั้งแต่มีพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติกำหนดแผน

                  และขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ได้กำหนดบทบาทและภารกิจ
                  ขององค์กรปกครองส่วนถิ่นเรื่องการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึง

                  เท่าเทียม มีคุณภาพมาตรฐาน โดยได้รับการช่วยเหลือ และรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและทันต่อ
                  เหตุการณ์มากขึ้น ข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มีจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติเข้าถึงระบบบริการ

                  การแพทย์ฉุกเฉิน เพียงร้อยละ 23.32 (เป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 27) จากสถิติผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติที่นำส่ง

                  ด้วยระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ
                  ในปี พ.ศ. 2564 -2566 จำนวน 72, 60 และ 96 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.84, 11.54 และ 19.35 ตามลำดับ

                  ผู้ป่วยเสียชีวิตต่อแสนประชากรในปี พ.ศ. 2565 – 2567 คิดเป็นร้อยละ 0.38, 2.10 และ 2.95 ตามลำดับ

                  และมีอัตราการเข้าถึงระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินร้อยละ 19.35 (โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง, 2566)
                  จากสถานการณ์ดังกล่าวโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน  ได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการพัฒนาระบบบริการ

                  การแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ให้ครอบคลุม ไร้รอยต่อ ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                  ในอำเภอบ้านโฮ่งและอำเภอใกล้เคียง ร่วมมือหาแนวทางแก้ไข/พัฒนา เพื่อให้บริการแก่ประชาชนผู้ป่วยฉุกเฉิน
                  วิกฤติในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน


                  วัตถุประสงค์การศึกษา
                         1. เพื่อให้ผู้เจ็บป่วย/ผู้บาดเจ็บวิกฤตฉุกเฉินได้เข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็วได้รับ

                  การดูแลที่ดีมีประสิทธิภาพได้ มาตรฐานตั้งแต่จุดเกิดเหตุจนถึงโรงพยาบาล ลดอัตราการบาดเจ็บ ความพิการ
                  และการเสียชีวิตผู้เจ็บป่วย/ผู้บาดเจ็บฉุกเฉินวิกฤต

                         2. เพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการดูแลผู้เจ็บป่วย/บาดเจ็บวิกฤตฉุกเฉินในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง
   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137